โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ (Oliver Glasner) เฮดโค้ชของ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ออกมายอมรับว่าถึงเวลาแล้วที่สโมสรต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานอย่างจริงจัง หลังทีมทำผลงานน่าผิดหวังอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งคำเตือนถึงนักเตะทุกคนว่าจำเป็นต้องปฏิบัติตามแนวทางที่เขากำหนด หากใครไม่พร้อมก็อาจต้องเตรียมตัวต้อนรับผู้จัดการทีมคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนTable of Contentsกลาสเนอร์ลั่นไม่ประนีประนอมอีกต่อไป นักเตะทุกคนต้องทำตามยอมรับฟอเรสต์ต้องเปลี่ยนแปลงหลายด้าน หลังผลงานตกต่ำปัญหาเกมรับยังน่าห่วง ฟอเรสต์ก่อความผิดพลาดซ้ำซากสถานการณ์ฟอเรสต์วิกฤต รั้งอันดับ 19 ชนะเพียงเกมเดียวอนาคตกลาสเนอร์ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญบทสรุป: เจ้าป่าต้องเร่งฟื้นตัว ก่อนสถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิมFAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโอลิเวอร์ กลาสเนอร์และน็อตติงแฮม ฟอเรสต์สถานการณ์ของทัพเจ้าป่ากำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก หลังล่าสุดบุกไปพ่าย เบรนท์ฟอร์ด 0-2 ในเกมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผลการแข่งขันดังกล่าวยิ่งทำให้อนาคตของกลาสเนอร์บนเก้าอี้กุนซือสั่นคลอนมากขึ้น และกระแสข่าวเกี่ยวกับโอกาสที่เขาจะถูกปลดก็เริ่มรุนแรงขึ้นตามลำดับแม้ฟอเรสต์จะผ่านการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมมาแล้วถึง 5 คน นับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลก่อน แต่ผลงานของทีมก็ยังไม่สามารถกลับมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจได้ ทำให้กลาสเนอร์ต้องเผชิญกับโจทย์สำคัญในการยกระดับทีม และเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาโดยเร็วกลาสเนอร์ลั่นไม่ประนีประนอมอีกต่อไป นักเตะทุกคนต้องทำตามกลาสเนอร์ลั่นไม่ประนีประนอมอีกต่อไป นักเตะทุกคนต้องทำตามหลังจบเกมกับเบรนท์ฟอร์ด กลาสเนอร์ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Match of the Day ของ BBC โดยส่งสัญญาณชัดเจนว่าเขาจะไม่ยอมประนีประนอมกับปัญหาที่เกิดขึ้นภายในทีมอีกต่อไป พร้อมยืนยันว่าจากนี้ไปทุกคนต้องเข้าใจและปฏิบัติตามแนวทางเดียวกันกุนซือชาวออสเตรียกล่าวว่า“ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ผมจะไม่ประนีประนอมอีกต่อไป ถึงเวลาที่ผมต้องแสดงให้เห็นถึงแนวทางที่ชัดเจน และทุกคนต้องปฏิบัติตาม”“และถ้าพวกเขาไม่ต้องการปฏิบัติตาม ผมก็คิดว่าผู้จัดการทีมคนที่ 6 จะเข้ามาแทน”ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจของกลาสเนอร์ต่อสถานการณ์ภายในทีมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อผลงานในสนามยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และปัญหาที่เกิดขึ้นก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมการพูดถึงผู้จัดการทีมคนที่ 6 ยังเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะฟอเรสต์ผ่านการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือมาแล้วหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่กลาสเนอร์เองก็รู้ดีว่าตำแหน่งของเขาไม่ได้มีหลักประกัน หากไม่สามารถทำให้ทีมกลับมามีผลงานที่ดีขึ้นได้ยอมรับฟอเรสต์ต้องเปลี่ยนแปลงหลายด้าน หลังผลงานตกต่ำยอมรับฟอเรสต์ต้องเปลี่ยนแปลงหลายด้าน หลังผลงานตกต่ำกลาสเนอร์ไม่ได้มองว่าความพ่ายแพ้ต่อเบรนท์ฟอร์ดเป็นเพียงผลการแข่งขันที่ผิดหวังเท่านั้น แต่ยังเห็นว่าเกมดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงปัญหาหลายอย่างที่ทีมจำเป็นต้องจัดการโดยเร็ว ทั้งเรื่องรูปแบบการเล่น ความผิดพลาดส่วนบุคคล และการตัดสินใจในสนามเขายืนยันว่าจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง พร้อมเรียกร้องให้ทุกคนในทีมยอมรับว่าการเดินหน้าด้วยแนวทางเดิมไม่สามารถช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้“วันนี้ชัดเจนว่าเราต้องเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ต้องเปลี่ยนแปลงบางเรื่อง ผมต้องเปลี่ยนแปลงบางอย่าง และผมจะเปลี่ยนแปลงบางอย่างอย่างแน่นอน 100%”“เราไม่สามารถเดินหน้าต่อไปในแนวทางเดิมได้ เราต้องเปลี่ยนแปลงบางอย่าง และนั่นคือกุญแจสำคัญ”คำพูดของกลาสเนอร์แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ต้องการโยนความผิดให้กับนักเตะเพียงฝ่ายเดียว เพราะเจ้าตัวยอมรับว่าตัวเองก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นย่อมต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคนภายในทีมประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่ากลาสเนอร์จะสามารถทำให้นักเตะเชื่อมั่นในแนวทางใหม่ได้มากน้อยเพียงใด เพราะหากยังมีผู้เล่นที่ไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งที่เขาต้องการ ปัญหาภายในทีมก็อาจยิ่งบานปลายมากกว่าเดิมปัญหาเกมรับยังน่าห่วง ฟอเรสต์ก่อความผิดพลาดซ้ำซากปัญหาเกมรับยังน่าห่วง ฟอเรสต์ก่อความผิดพลาดซ้ำซากอีกหนึ่งประเด็นที่กลาสเนอร์พูดถึงคือความผิดพลาดในสนาม โดยเฉพาะการเล่นเกมรับที่ทำให้ทีมต้องตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบอยู่บ่อยครั้ง แม้บางช่วงของการแข่งขันฟอเรสต์จะสามารถควบคุมเกมได้ แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนความได้เปรียบให้กลายเป็นผลงานที่ต้องการกุนซือเจ้าป่าระบุว่า“เราก่อความผิดพลาดมากเกินไป เมื่อแนวรับทำพลาด เราก็ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เราควบคุมเกมได้ มันเห็นได้ชัดมาก เราเล่นช้า ก่อความผิดพลาดแบบเดิมๆ โดยผู้เล่นคนละคน”คำพูดนี้ชี้ให้เห็นว่าปัญหาของฟอเรสต์ไม่ได้จำกัดอยู่ที่นักเตะคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จากผู้เล่นหลายตำแหน่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการเล่นของทีมการเสียบอลในจังหวะสำคัญ การตัดสินใจผิดพลาด และการเล่นที่ขาดความรวดเร็ว ล้วนเป็นรายละเอียดที่อาจทำให้ทีมเสียเปรียบคู่แข่ง โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีกที่ทุกความผิดพลาดสามารถถูกลงโทษได้ทันทีหากฟอเรสต์ต้องการกลับมาคว้าชัยชนะให้ได้อีกครั้ง การแก้ไขเกมรับจึงเป็นหนึ่งในภารกิจเร่งด่วนของกลาสเนอร์ เพราะต่อให้ทีมสามารถครองบอลหรือควบคุมจังหวะการแข่งขันได้ แต่หากยังเสียประตูจากความผิดพลาดเดิม ๆ ก็ยากที่จะเก็บคะแนนได้อย่างสม่ำเสมอสถานการณ์ฟอเรสต์วิกฤต รั้งอันดับ 19 ชนะเพียงเกมเดียวสถานการณ์ฟอเรสต์วิกฤต รั้งอันดับ 19 ชนะเพียงเกมเดียวผลงานของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในช่วงต้นฤดูกาลถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง หลังผ่านการแข่งขันพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 9 นัด ทีมเก็บชัยชนะได้เพียงเกมเดียว และหล่นไปอยู่อันดับ 19 ของตาราง ซึ่งเป็นพื้นที่รองบ๊วยที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือผลงานในช่วง 5 เกมหลังสุด โดยฟอเรสต์สามารถเก็บผลเสมอกับอิปสวิช 1-1 ได้เพียงนัดเดียว ส่วนอีก 4 เกมที่เหลือต้องพบกับความพ่ายแพ้ทั้งหมดสถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความสม่ำเสมอของทีมอย่างชัดเจน เพราะนอกจากจะไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ตามเป้าหมายแล้ว ฟอเรสต์ยังต้องรับมือกับแรงกดดันจากสถานการณ์บนตารางคะแนนที่เริ่มน่าเป็นห่วงมากขึ้นทุกขณะการอยู่ในอันดับ 19 หลังผ่านไป 9 นัด หมายความว่าทีมจำเป็นต้องเร่งเก็บคะแนนโดยเร็ว หากไม่ต้องการให้สถานการณ์การหนีตกชั้นกลายเป็นภารกิจที่ยากลำบากในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลอนาคตกลาสเนอร์ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอนาคตกลาสเนอร์ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากสถานการณ์ในเวลานี้ กลาสเนอร์กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในการทำงานกับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เพราะนอกจากจะต้องแก้ไขปัญหาในสนามแล้ว เขายังจำเป็นต้องจัดการกับความกดดันที่เกิดขึ้นรอบสโมสรด้วยการประกาศว่าจะไม่ประนีประนอมอีกต่อไปอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงภายในทีม โดยนักเตะทุกคนต้องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมที่จะทำตามแนวทางของผู้จัดการทีมอย่างไรก็ตาม คำพูดเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น สิ่งที่กลาสเนอร์ต้องพิสูจน์คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นสามารถช่วยให้ฟอเรสต์กลับมาคว้าชัยชนะได้จริงหรือไม่หากผลงานยังไม่กระเตื้องขึ้น ความกดดันต่อเก้าอี้กุนซือก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นต่อไป และอาจทำให้สโมสรต้องพิจารณาการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งผ่านการเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายหนในช่วงที่ผ่านมาบทสรุป: เจ้าป่าต้องเร่งฟื้นตัว ก่อนสถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิมโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ หลังทีมทำผลงานย่ำแย่และแพ้เบรนท์ฟอร์ด 0-2 โดยเจ้าตัวยืนยันว่าจะไม่ประนีประนอมอีกต่อไป พร้อมเตือนนักเตะทุกคนว่าต้องปฏิบัติตามแนวทางใหม่ขณะเดียวกัน ปัญหาความผิดพลาดในเกมรับและผลงานที่ชนะเพียงเกมเดียวจาก 9 นัดแรก ทำให้ฟอเรสต์จำเป็นต้องเร่งหาทางออกโดยเร็ว เพราะหากยังไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ ทั้งอนาคตของกลาสเนอร์และโอกาสอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกก็อาจตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้นFAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโอลิเวอร์ กลาสเนอร์และน็อตติงแฮม ฟอเรสต์1. โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ พูดอะไรหลังฟอเรสต์แพ้เบรนท์ฟอร์ด?กลาสเนอร์ยืนยันว่าจะไม่ประนีประนอมอีกต่อไป และต้องการให้ทุกคนภายในทีมปฏิบัติตามแนวทางที่เขากำหนด พร้อมเตือนว่าหากไม่ให้ความร่วมมือ สโมสรอาจต้องแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนที่ 62. น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ อยู่อันดับเท่าไหร่ในพรีเมียร์ลีก?ตามข้อมูลในข่าว ฟอเรสต์อยู่อันดับ 19 หรือรองบ๊วยของพรีเมียร์ลีก หลังผ่านการแข่งขัน 9 นัดแรก โดยคว้าชัยชนะได้เพียงเกมเดียว3. ทำไมกลาสเนอร์จึงต้องการเปลี่ยนแปลงทีม?กลาสเนอร์มองว่าฟอเรสต์มีข้อผิดพลาดมากเกินไป โดยเฉพาะเกมรับที่เสียเปรียบจากความผิดพลาดซ้ำ ๆ นอกจากนี้ทีมยังเล่นช้าและไม่สามารถรักษาผลงานให้สม่ำเสมอได้ จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานอย่างจริงจัง 0 0 votesArticle Rating แนะแนวเรื่องไมเคิ่ล คาร์ริค ได้คุมแมนยูต่ออีก 2 เกม แม้ผลงานย่ำแย่หนักในรอบเกือบ 40 ปี ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า ส่ออำลาคริสตัล พาเลซ ตลาดมกราคม