ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล วิจารณ์ลีซานโดร มาร์ตีเนซ หลังแมนยูแพ้เชลซี 0-2ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ตำนานผู้รักษาประตูแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาวิจารณ์ลีซานโดร มาร์ตีเนซอย่างหนัก หลังโดนใบแดงในเกมพรีเมียร์ลีกที่ปีศาจแดงแพ้เชลซี 0-2

ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล (Peter Schmeichel) ตำนานผู้รักษาประตูของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงวิจารณ์ ลีซานโดร มาร์ตีเนซ (Lisandro Martínez) อย่างดุเดือด หลังแนวรับทีมชาติอาร์เจนตินาถูกใบแดงในเกมที่ปีศาจแดงบุกพ่าย เชลซี 0-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยอดีตนายด่านชาวเดนมาร์กมองว่าผลงานของกองหลังรายนี้น่าผิดหวังอย่างมาก ทั้งจังหวะเสียประตู การทำฟาวล์จนได้รับใบเหลืองสองใบ รวมถึงการทำให้ทีมเสียจุดโทษ พร้อมตั้งคำถามถึงพฤติกรรมและความเหมาะสมในการเป็นนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ความพ่ายแพ้ต่อเชลซีสร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลปีศาจแดงอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ใบแดงของมาร์ตีเนซกลับกลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อชไมเคิ่ลมองว่ากองหลังรายนี้มีส่วนรับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่ทำให้ทีมต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

มาร์ตีเนซโดนใบแดง หลังทำฟาวล์สองจังหวะสำคัญ
มาร์ตีเนซโดนใบแดง หลังทำฟาวล์สองจังหวะสำคัญ

มาร์ตีเนซโดนใบแดง หลังทำฟาวล์สองจังหวะสำคัญ

เกมดังกล่าวกลายเป็นฝันร้ายของลีซานโดร มาร์ตีเนซ หลังเจ้าตัวได้รับใบเหลืองแรกจากจังหวะทำฟาวล์ มอร์แกน โรเจอร์ส (Morgan Rogers) ก่อนจะมาโดนใบเหลืองที่สองจากจังหวะเตะมุม ซึ่งมีการยื่นแขนไปปะทะ เวสเล่ย์ โฟฟาน่า (Wesley Fofana) จนผู้ตัดสินตัดสินใจลงโทษ

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเหลือผู้เล่นน้อยกว่าคู่แข่ง และเสียจุดโทษตามมา ส่งผลให้สถานการณ์ของทีมยิ่งยากลำบากมากขึ้น

ชไมเคิ่ลมองว่าการกระทำของมาร์ตีเนซเป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะนักเตะที่ผ่านประสบการณ์ในเกมระดับสูงมาแล้ว และควรเข้าใจถึงความสำคัญของการควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจในสนาม

ชไมเคิ่ลโยนความผิดให้มาร์ตีเนซ วิจารณ์ฟอร์มน่าละอาย
ชไมเคิ่ลโยนความผิดให้มาร์ตีเนซ วิจารณ์ฟอร์มน่าละอาย

ชไมเคิ่ลโยนความผิดให้มาร์ตีเนซ วิจารณ์ฟอร์มน่าละอาย

อดีตผู้รักษาประตูแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อน โดยระบุว่าเขามองว่ามาร์ตีเนซเป็นผู้เล่นที่ต้องรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นในเกมนี้ พร้อมย้อนถึงบทสัมภาษณ์ของกองหลังชาวอาร์เจนไตน์เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีการวิจารณ์เพื่อนร่วมทีมและสโมสรอย่างรุนแรง

ชไมเคิ่ลกล่าวว่า

“ผมขอโยนความผิดทั้งหมดนี้ไปไว้ที่ ลีซานโดร มาร์ตีเนซ ฟอร์มการเล่นของเขาในเกมนี้ถือว่าน่าละอายจริงๆ เมื่อสองสัปดาห์ก่อนเขาเพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์วิจารณ์เพื่อนร่วมทีมและสโมสรอย่างรุนแรง ซึ่งดูเหมือนว่าเขากำลังพยายามปูทางเพื่อย้ายทีม เพราะนี่เป็นปีสุดท้ายในสัญญาของเขาแล้ว”

คำพูดดังกล่าวถือเป็นการโจมตีมาร์ตีเนซอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะการเชื่อมโยงพฤติกรรมก่อนหน้านี้เข้ากับสถานการณ์ในสนาม อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องความต้องการย้ายทีมยังเป็นมุมมองและข้อกล่าวอ้างของชไมเคิ่ล ไม่ใช่ข้อสรุปที่ได้รับการยืนยันจากนักเตะ

ตำนานแมนยูเดือด จวกจังหวะเสียประตูและทำเสียจุดโทษ
ตำนานแมนยูเดือด จวกจังหวะเสียประตูและทำเสียจุดโทษ

ตำนานแมนยูเดือด จวกจังหวะเสียประตูและทำเสียจุดโทษ

ชไมเคิ่ลยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เพราะเขายังกล่าวถึงรายละเอียดในเกมที่มาร์ตีเนซมีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งจังหวะเสียประตูและการทำฟาวล์จนทีมต้องเสียจุดโทษ โดยมองว่าการป้องกันของกองหลังรายนี้ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็นอย่างมาก

เจ้าตัวกล่าวว่า

“กับสิ่งที่เขาทำในวันนี้… บอกตามตรงว่าผมพูดไม่ออกเลย ประตูแรกที่เสียไป – ทั้งที่เขาเคยผ่านการเล่นในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกมาแล้ว แต่เขากลับป้องกันในลักษณะนั้น รวมถึงจังหวะที่ทำให้เสียจุดโทษด้วย มันบ้าไปแล้วกับสิ่งที่เขาทำ”

นอกจากนี้ ชไมเคิ่ลยังไม่พอใจกับท่าทีของมาร์ตีเนซในช่วงที่เดินออกจากสนาม หลังเจ้าตัวสังเกตเห็นว่ากองหลังรายนี้ส่ายศีรษะระหว่างเดินออกไป โดยมองว่าเป็นภาพที่สะท้อนถึงทัศนคติที่ไม่เหมาะสมในสถานการณ์ดังกล่าว

ชไมเคิ่ลชี้มาร์ตีเนซปล่อยโรเจอร์สผ่านง่ายเกินไป
ชไมเคิ่ลชี้มาร์ตีเนซปล่อยโรเจอร์สผ่านง่ายเกินไป

ชไมเคิ่ลชี้มาร์ตีเนซปล่อยโรเจอร์สผ่านง่ายเกินไป

อีกหนึ่งจังหวะที่ชไมเคิ่ลหยิบยกขึ้นมาวิจารณ์คือการรับมือกับมอร์แกน โรเจอร์ส ซึ่งอดีตนายด่านปีศาจแดงมองว่ามาร์ตีเนซปล่อยให้คู่แข่งผ่านไปได้ง่ายเกินไป ทั้งที่เป็นสถานการณ์ที่กองหลังควรทำหน้าที่ป้องกันให้ดีกว่านั้น

ชไมเคิ่ลกล่าวเพิ่มเติมว่า

“แถมตอนเดินออกจากสนาม เขายังส่ายหัวเหมือนกับว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แย่มากจริงๆ – มันน่าเหลือเชื่อมากที่เขาป้องกันได้แย่ขนาดนี้ มอร์แกน โรเจอร์ส เดินผ่านเขาไปดื้อๆ เขากลับปล่อยให้คู่แข่งหลุดไปได้ มันไม่ดีพอเลย”

อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติเดนมาร์กยังย้ำว่า มาตรฐานการเล่นในพรีเมียร์ลีกนั้นสูงมาก และผู้เล่นที่สวมเสื้อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบในเกมรับให้มากกว่านี้

“ถ้าคุณเล่นใน พรีเมียร์ลีก คุณต้องป้องกันให้ดีกว่านี้ และถ้าคุณเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คุณยิ่งต้องป้องกันให้ดีกว่านี้อีก”

ตำนานปีศาจแดงชี้มาร์ตีเนซมีส่วนกับความผิดพลาดหลายครั้ง
ตำนานปีศาจแดงชี้มาร์ตีเนซมีส่วนกับความผิดพลาดหลายครั้ง

ตำนานปีศาจแดงชี้มาร์ตีเนซมีส่วนกับความผิดพลาดหลายครั้ง

ชไมเคิ่ลยังกล่าวอีกว่า การวิจารณ์ของเขาไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ในเกมกับเชลซีเพียงนัดเดียว เพราะเจ้าตัวมองว่ามาร์ตีเนซมีส่วนเกี่ยวข้องกับจังหวะเสียประตูหลายครั้งในฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่กองหลังควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีกว่านี้

แม้จะยอมรับว่าอาจมีคนมองว่าเขากำลังจับผิดมาร์ตีเนซเป็นพิเศษ แต่ชไมเคิ่ลยืนยันว่ามีตัวอย่างให้เห็นหลายครั้ง และต้องการให้แนวรับรายนี้ยกระดับผลงานให้สมกับการเล่นในระดับสโมสรใหญ่

เขากล่าวว่า

“ผมอาจจะถูกมองว่าจ้องจับผิดเขา แต่ผมสามารถยกตัวอย่างประตูมากมายที่ทีมเสียในฤดูกาลนี้ซึ่งเขามีส่วนต้องรับผิดชอบโดยตรง ในจังหวะที่เขาไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น”

ชไมเคิ่ลตั้งคำถาม มาร์ตีเนซเหมาะกับแมนยูหรือไม่
ชไมเคิ่ลตั้งคำถาม มาร์ตีเนซเหมาะกับแมนยูหรือไม่

ชไมเคิ่ลตั้งคำถาม มาร์ตีเนซเหมาะกับแมนยูหรือไม่

ประเด็นที่รุนแรงที่สุดจากคำวิจารณ์ของชไมเคิ่ลคือการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของมาร์ตีเนซในการเป็นนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเขามองว่าทั้งพฤติกรรมจากบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้และความผิดพลาดในเกมกับเชลซี เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้เล่นที่เป็นตัวแทนของสโมสรแห่งนี้

ชไมเคิ่ลกล่าวทิ้งท้ายว่า

“ผมคิดว่าพฤติกรรมของเขาเมื่อสองสัปดาห์ก่อน รวมถึงสิ่งที่เขาทำในวันนี้ในจังหวะจุดโทษ มันแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขาไม่ใช่ผู้เล่นที่เหมาะสมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด”

คำวิจารณ์ครั้งนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่เพิ่มแรงกดดันให้กับลีซานโดร มาร์ตีเนซ หลังจากเกมที่เจ้าตัวมีส่วนสำคัญกับสถานการณ์ที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องพ่ายแพ้ต่อเชลซี

บทสรุป: มาร์ตีเนซเจอแรงกดดันหนัก หลังแมนยูเสียท่าที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

การออกมาวิจารณ์ของปีเตอร์ ชไมเคิ่ล สะท้อนให้เห็นว่าผลงานของลีซานโดร มาร์ตีเนซในเกมกับเชลซีถูกตั้งคำถามอย่างหนัก โดยเฉพาะจังหวะเสียใบแดงและการทำให้ทีมเสียจุดโทษ ซึ่งส่งผลต่อโอกาสในการกลับมาสู่การแข่งขันของปีศาจแดง

อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดในเกมเดียวไม่ได้เป็นตัวตัดสินคุณภาพของนักเตะทั้งหมด สิ่งสำคัญหลังจากนี้คือมาร์ตีเนซจะตอบสนองต่อเสียงวิจารณ์อย่างไร และสามารถกลับมาแสดงผลงานที่แข็งแกร่งเพื่อช่วยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้หรือไม่

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x