คีแรน แม็คไกวร์ เตือน แมนฯ ซิตี้ ส่อสูญรายได้ปีละกว่า 500 ล้านปอนด์ หากโดนปรับตกชั้นเซ่นคดี 114 กระทง ชี้เพดานค่าเหนื่อย 408 ล้านพังยับ บีบปล่อย ฮาแลนด์คีแรน แม็คไกวร์ เตือน แมนฯ ซิตี้ ส่อสูญรายได้ปีละกว่า 500 ล้านปอนด์ หากโดนปรับตกชั้นเซ่นคดี 114 กระทง ชี้เพดานค่าเหนื่อย 408 ล้านพังยับ บีบปล่อย ฮาแลนด์

คลื่นพายุลูกใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกกำลังก่อตัวขึ้นและส่งสัญญาณสะเทือนไปถึงสถานะทางการเงินของทัพ “เรือใบสีฟ้า”! เมื่อ คีแรน แม็คไกวร์ (Kieran Maguire) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินในวงการฟุตบอลชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกผ่านสื่อดังอย่าง ดิ ไอ เปเปอร์ (the i Paper) โดยส่งสัญญาณเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า สโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) จะต้องเผชิญกับ “หายนะทางรายได้ที่ขาดหายไปอย่างรุนแรง” สูงถึง ปีละกว่า 500 ล้านปอนด์ขึ้นไปในทุกๆ ฤดูกาล หากพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับบทลงโทษขั้นสูงสุดด้วยการ ถูกสั่งปรับตกชั้นออกจากศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ในเวลานี้ ทัพเรือใบสีฟ้ากำลังตกอยู่ท่ามกลางมรสุมคดีความประวัติศาสตร์ หลังจากที่คณะกรรมการอิสระได้ตัดสินชี้ขาดว่า สโมสรมีความผิดจริงถึง 114 จาก 115 ข้อกล่าวหา ในคดีละเมิดกฎระเบียบทางการเงินตลอดช่วงระยะเวลา 9 ปี (ระหว่างฤดูกาล 2009 ถึง 2018) โดยมีการใช้สัญญาที่เป็นเท็จเพื่อปั่นตัวเลขรายได้สูงเกินจริงถึงเกือบ 900 ล้านปอนด์ (ราว 830 ล้านปอนด์)

แม้ว่าทางฝั่ง แมนฯ ซิตี้ จะยังคงยืนกรานในความบริสุทธิ์และได้ดำเนินการยื่นอุทธรณ์คำตัดสินอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจนำไปสู่การต่อสู้คดีในชั้นศาลสูง (High Court) ทว่าหากกระบวนการลงโทษทางกีฬาจบลงด้วยการส่งพวกเขาลงไปเล่นในลีกระดับรองอย่าง อีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิพ (EFL Championship) โครงสร้างทางการเงินของสโมสรจะพังทลายลงในทันที

manchester city 4
จาก 278.6 ล้านปอนด์ ดิ่งเหลือแค่ 50 ล้านปอนด์

ผ่าตัวเลขรายได้ถ่ายทอดสด: จาก 278.6 ล้านปอนด์ ดิ่งเหลือแค่ 50 ล้านปอนด์

แม็คไกวร์ ได้แจกแจงรายละเอียดความสูญเสียก้อนแรกที่จะเห็นผลกระทบในทันที นั่นคือ รายได้จากค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด (Broadcasting Rights)

จากรายงานงบการเงินฉบับล่าสุดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สำหรับรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2025 สโมสรสามารถสร้างรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดได้สูงถึง 278.6 ล้านปอนด์

ทว่าหากพวกเขาต้องหล่นไปเล่นในศึก แชมเปี้ยนชิพ ตัวเลขดังกล่าวจะดิ่งฮวบลงมาเหลือเพียงประมาณ 50 ล้านปอนด์เท่านั้น (ซึ่งตัวเลขนี้ได้รวมเงินช่วยเหลือผู้ตกชั้น หรือ Parachute Payments เข้าไปเรียบร้อยแล้ว) เท่ากับว่ารายได้จากส่วนนี้เพียงอย่างเดียวจะหายไปในพริบตากว่า 225 ล้านปอนด์ เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะสามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลปัจจุบันมาครองได้เพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่นถ้วยยุโรปในฐานะแชมป์เก่าเพื่อช่วยชดเชยเงินรางวัลบางส่วน

manchester city 2
แพ็กเกจ 870 ปอนด์ขายไม่ออกยามดวลทีมรอง

แฟนบอลเหนียวแน่นแต่บัตรวีไอพีไร้คนซื้อ: แพ็กเกจ 870 ปอนด์ขายไม่ออกยามดวลทีมรอง

ในแง่ของ รายได้ในวันแข่งขัน (Matchday Revenues) ในฤดูกาล 2024-25 แมนฯ ซิตี้ มีรายรับอยู่ที่ 75.1 ล้านปอนด์ ซึ่ง แม็คไกวร์ เชื่อว่าตัวเลขนี้จะลดลงราว 30 ถึง 40 ล้านปอนด์ หากต้องลงไปเล่นในลีกล่าง

แม้ผู้เชี่ยวชาญจะเชื่อมั่นในความจงรักภักดีของกลุ่มแฟนบอลพันธุ์แท้ว่าจะยังคงเข้ามาชมเกมในสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม เหมือนเดิม เช่นเดียวกับที่แฟนบอล เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เคยแสดงให้เห็นยามตกชั้น ทว่าปัญหาใหญ่หลวงจะเกิดขึ้นกับกลุ่ม บัตรที่นั่งระดับพรีเมียมและกล่องวีไอพี (Corporate Hospitality):

“แฟนบอล แมนฯ ซิตี้ จะยังคงเข้ามาชมเกมในสนามอย่างแน่นอนครับ นั่นไม่ใช่ปัญหา แฟนบอลพันธุ์แท้จะยังคงอยู่ตรงนั้น” แม็คไกวร์ อธิบาย

“แต่สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะต้องดิ้นรนอย่างหนัก คือการขายกล่องที่นั่งระดับผู้บริหาร (Executive Boxes), การขายประสบการณ์พิเศษ และการขายแพ็กเกจหรูอย่าง ทันเนล คลับ (Tunnel Club) ในราคาเดียวกับที่พวกเขาเคยตั้งไว้ในพรีเมียร์ลีก”

“เพราะคุณไม่สามารถทำแบบนั้นได้ คุณไม่สามารถเปิดบ้านรับมือ สวอนซี ซิตี้ แล้วคาดหวังว่าจะได้เงินรายได้ก้อนโตเท่ากับเกมที่เจอกับ ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ อาร์เซน่อล ได้หรอกครับ”

ปัจจุบัน แพ็กเกจหรู “Tunnel Club” ของซิตี้ สร้างรายได้มหาศาล โดยตั๋วเข้าชมเกมระดับท็อปมีราคาสูงถึง 870 ปอนด์ต่อคน ในเกมที่พบกับ อิปสวิช ทาวน์ ซึ่งมูลค่าเหล่านี้จะหายไปทันทีเมื่อระดับคู่แข่งในลีกเปลี่ยนไป

manchester city 3
เอทิฮัด จ่อลดงบ รายได้พาณิชย์แชมเปี้ยนชิพเฉลี่ยแค่ 10-20 ล้านปอนด์

สปอนเซอร์ถอนตัวระนาว: เอทิฮัด จ่อลดงบ รายได้พาณิชย์แชมเปี้ยนชิพเฉลี่ยแค่ 10-20 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตาม จุดที่สร้างความสูญเสียรุนแรงที่สุด คือ รายได้เชิงพาณิชย์และสปอนเซอร์ (Commercial & Sponsorship Deals) ซึ่งในฤดูกาล 2024-25 สโมสรเคยระบุว่าสามารถทำรายได้สูงถึง 340.4 ล้านปอนด์

การหลุดพ้นจากเวทีพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลยุโรป จะทำให้มูลค่าทางการตลาดของสโมสรลดลงอย่างมหาศาล สปอนเซอร์ระดับโลกย่อมไม่ยินดีที่จะจ่ายเงินสนับสนุนในระดับเดิม:

“ยกตัวอย่างเช่น สายการบิน เอทิฮัด แอร์เวย์ส (Etihad Airways) จะยังคงยินดีจ่ายเงินสนับสนุนในจำนวนมหาศาลเท่าเดิมให้กับ แมนฯ ซิตี้ ยามที่พวกเขาต้องลงเล่นในแชมเปี้ยนชิพหรือไม่? ผมคิดว่าคุณคงต้องไปถามคำถามนี้กับทางสายการบินดูเอง” แม็คไกวร์ ตั้งข้อสังเกต

“นั่นจะเป็นจุดที่ถูกกระทบหนักที่สุด และผมเชื่อว่าพันธมิตรทางธุรกิจรายอื่นๆ ย่อมต้องการที่จะถอนตัวออกไป”

“โดยเฉลี่ยแล้ว รายได้เชิงพาณิชย์ของสโมสรในแชมเปี้ยนชิพจะอยู่ที่ราว 10 ถึง 20 ล้านปอนด์เท่านั้น แม้ว่า ซิตี้ จะเป็นทีมยักษ์ใหญ่ที่อาจได้มากกว่านั้น แต่ขนาดทีมอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ยามอยู่ในแชมเปี้ยนชิพ การได้ตัวเลข 30 ล้านปอนด์ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว เมื่อนำตัวเลขทั้งหมดนี้มารวมกัน มันคือการเหยียบเบรกกระทันหันที่ทำให้รายได้ของสโมสรหยุดชะงักลงทันทีครับ”

วิกฤตเพดานค่าเหนื่อย 408 ล้านปอนด์: กฎการเงินบีบระบายสตาร์ ฮาแลนด์ นำทัพย้ายทีม

ผลกระทบทางตรงที่ตามมาจากการสูญเสียรายได้กว่า 500 ล้านปอนด์ คือการที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่สามารถแบกรับภาระค่าเหนื่อยของขุมกำลังชุดปัจจุบันในลีกแชมเปี้ยนชิพได้อย่างแน่นอน

แม้ว่าในปัจจุบัน สโมสรจะมีการปรับลดค่าเหนื่อยลงไปบ้างจากการย้ายออกของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, โรดรี้ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ทว่ายอดรวมค่าเหนื่อยประจำปีที่ประเมินไว้สูงถึง 408.4 ล้านปอนด์ ในฤดูกาล 2024-25 ยังคงเป็นตัวเลขที่มหาศาลเกินกว่าที่ทีมในลีกรองจะรับไหว

ตามกฎการเงินของลีกแชมเปี้ยนชิพ (Squad Cost Rule – SCR) สโมสรจะได้รับอนุญาตให้ใช้จ่ายเงินในส่วนของค่าเหนื่อยนักเตะและผู้จัดการทีมได้ ไม่เกิน 85% ของรายได้รวมที่ได้รับอนุญาต ขณะที่ค่าเฉลี่ยค่าเหนื่อยของทีมในลีกแชมเปี้ยนชิพอยู่ที่เพียง 37 ล้านปอนด์ต่อปี เท่านั้น โดยมีเพียงแค่ 3 สโมสร (ลีดส์ ยูไนเต็ด 102.7 ล้านปอนด์, เบิร์นลีย์ และ ซันเดอร์แลนด์) ที่จ่ายเกิน 50 ล้านปอนด์

“มันจะกลายเป็นหายนะ FFP อย่างสมบูรณ์แบบ เว้นเสียแต่ว่าจะเกิดการอพยพย้ายทีมครั้งใหญ่ของผู้เล่นระดับสตาร์” แม็คไกวร์ ชี้ชัด

เพื่อความอยู่รอดทางการเงิน แมนฯ ซิตี้ จำเป็นต้องโละนักเตะซูเปอร์สตาร์ที่มีค่าเหนื่อยระดับมหาศาลออกจากทีมทันที นำโดย:

  • เออร์ลิง ฮาแลนด์ (Erling Haaland): ฟันค่าเหนื่อยสูงถึง 27 ล้านปอนด์ต่อปี (ตกสัปดาห์ละ 525,000 ปอนด์) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่มีทางจ่ายได้ในลีกรอง
  • เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ: รับค่าเหนื่อย 18 ล้านปอนด์ต่อปี
  • ฟิล โฟเด้น: รับค่าเหนื่อย 16 ล้านปอนด์ต่อปี
  • เฌเรมี่ โดกู: รับค่าเหนื่อย 15 ล้านปอนด์ต่อปี
  • จานลุยจิ ดอนนารุมม่า: รับค่าเหนื่อย 14 ล้านปอนด์ต่อปี
  • มาร์ค เกฮี: รับค่าเหนื่อย 14 ล้านปอนด์ต่อปี

นักเตะกลุ่มนี้จะไม่สามารถรักษาสัญญาเดิมไว้ได้ และสโมสรจำเป็นต้องเปิดทางขายทิ้งเพื่อหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎการเงินซ้ำซ้อนในลีกรอง

สรุปตัวเลขทางการเงินและผลกระทบหาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกชั้น

นี่คือตารางรวบรวมตัวเลขความเสียหาย โครงสร้างรายได้ และภาระค่าเหนื่อยของ แมนฯ ซิตี้:

หมวดหมู่รายรับและรายจ่ายตัวเลขในพรีเมียร์ลีก (เดิม)ตัวเลขคาดการณ์ในแชมเปี้ยนชิพผลต่างความเสียหาย (Impact)
รายได้ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด278.6 ล้านปอนด์ (งบปี 2024/25)ประมาณ 50 ล้านปอนด์ (รวมเงินร่มชูชีพ)สูญเสียรายได้ราว 225 ล้านปอนด์
รายได้ในวันแข่งขัน (Matchday)75.1 ล้านปอนด์ลดลงเหลือประมาณ 35-45 ล้านปอนด์สูญเสียรายได้ 30 – 40 ล้านปอนด์
รายได้เชิงพาณิชย์และสปอนเซอร์340.4 ล้านปอนด์เฉลี่ยลีกรอง 10-20 ล้าน (เต็มที่ 30-50 ล้าน)สูญเสียรายได้มหาศาลเกือบ 300 ล้านปอนด์
ยอดรวมการสูญเสียรายได้ทั้งสิ้น––ขาดดุลรายได้มากกว่า 500 ล้านปอนด์ต่อปี
ภาระเพดานค่าเหนื่อยรวมของทีม408.4 ล้านปอนด์ต่อปีค่าเฉลี่ยลีกรองรับได้แค่ 37 ล้านปอนด์เกินเพดานลีกรองมหาศาล เสี่ยงผิด FFP ซ้ำ
ค่าเหนื่อย เออร์ลิง ฮาแลนด์27 ล้านปอนด์ต่อปี (525,000 ปอนด์/สัปดาห์)โครงสร้างลีกรองจ่ายไม่ได้จำเป็นต้องขายออกจากทีมทันที
นักเตะค่าเหนื่อยสูงรายอื่นเอ็นโซ่ (18 ล.), โฟเด้น (16 ล.), โดกู (15 ล.)เกินเพดานที่ลีกอนุญาต (กฎ SCR 85%)ส่อโดนปล่อยตัวยกแผง

(อ้างอิงข้อมูลบทวิเคราะห์ทางการเงินโดย Kieran Maguire ผ่าน the i Paper)

วิเคราะห์ทางรอดของ ซิตี้: อุทธรณ์ชั้นศาล หรือยอมรับการผ่าตัดทีมครั้งประวัติศาสตร์

บทวิเคราะห์ของ คีแรน แม็คไกวร์ ตอกย้ำให้เห็นว่า บทลงโทษการปรับตกชั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการลงไปเตะในลีกที่ต่ำกว่าชั่วคราว 1 ฤดูกาล แต่เป็นการ “ทำลายโครงสร้างทางการเงินและธุรกิจฟุตบอล” ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สร้างขึ้นมาตลอดเกือบสองทศวรรษ

การขาดหายไปของเม็ดเงินกว่า 500 ล้านปอนด์ต่อปี จะบีบให้สโมสรต้องเปลี่ยนผ่านจากยุคของการทุ่มซื้อสตาร์ระดับโลก มาสู่การรัดเข็มขัดและพึ่งพานักเตะดาวรุ่งจากอะคาเดมี การขาย เออร์ลิง ฮาแลนด์ และกลุ่มผู้เล่นแกนหลัก จะกลายเป็นทางออกเดียวในการพยุงสภาพคล่องทางบัญชีและปฏิบัติตามกฎ SCR ของลีกแชมเปี้ยนชิพ

นี่คือเหตุผลสำคัญที่สุดว่าทำไมทีมกฎหมายของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จึงเตรียมงัดทุกกระบวนท่าทางกฎหมายเพื่อสู้คดีไปจนถึงชั้นศาลสูง เพราะเดิมพันในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของโทรฟี่แชมป์ แต่คือความอยู่รอดของอาณาจักรลูกหนังสีฟ้าแห่งเมืองแมนเชสเตอร์อย่างแท้จริง

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x