หลังบ้านรั่วแต่หน้ายังคม! ลิเวอร์พูล โดนนำสองรอบก่อนฮึดไล่เจ๊า น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-2หลังบ้านรั่วแต่หน้ายังคม! ลิเวอร์พูล โดนนำสองรอบก่อนฮึดไล่เจ๊า น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-2

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมตช์สุดเดือดที่สนามแอนฟิลด์! ทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของเฮดโค้ช อันโดนี่ อีราโอล่า ต้องออกแรงเหนื่อยอย่างหนัก หลังแนวรับเกิดช่องโหว่หลายจุดจนถูกผู้มาเยือนอย่าง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ของกุนซือ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ลงโทษบุกขึ้นนำถึงสองครั้งสองครา แต่ยังอาศัยทีเด็ดในแดนหน้าตามทวงคืน จบเกมเสมอกันไปอย่างดุเดือด 2-2 แบ่งไปทีมละ 1 คะแนน

ในเกมนี้ อีราโอล่า มีการปรับทัพส่ง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ บิกตอร์ มูนญอซ ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงทางกราบซ้าย คอยประสานงานร่วมกับ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ และ โคดี้ กัคโป เพื่อสนับสนุนหน้าเป้าอย่าง อเล็กซานเดอร์ อีซัค ขณะที่ฝั่ง “เจ้าป่า” วาง แดน เอ็นดอย และ มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ คอยปั้นเกมรุกป้อน อีกอร์ เชซุส

ลิเวอร์พูล เสมอ ฟอเรสต์ 2-2
ลิเวอร์พูล เสมอ ฟอเรสต์ 2-2

เจาะลึกครึ่งแรก: ฟอเรสต์ วางแท็กติกตัดหลังบ้านขึ้นนำ 1-0

เริ่มเกมมา โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ วางหมากเล่นงานแผงหลังลิเวอร์พูลอย่างได้ผล โดยอาศัยจังหวะสวนกลับเร็วและวางบอลยาวข้ามไลน์เช็คล้ำหน้า:

  • นาทีที่ 24 (ฟอเรสต์ นำ 1-0): ทีมเยือนวางบอลยาวข้ามแนวรับให้ อีกอร์ เชซุส เกี่ยวบอลลงในเขตโทษก่อนดึงจังหวะจ่ายคืนให้ มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ ป้ายต่อออกซ้ายถึง แดน เอ็นดอย เอียงตัวแปด้วยขวาเสียบเสาไกลเข้าประตูไปอย่างเฉียบคม
  • นาทีที่ 32 (ริบประตูกรรมการ): ลิเวอร์พูล เกือบได้ประตูตีเสมอเมื่อ เจเรมี่ ฟริมปง ตัดบอลได้ในเขตโทษก่อนจ่ายให้ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ หมุนตัวยิงตุงตาข่าย แต่ผู้ตัดสินเช็ก VAR และริบประตูเนื่องจาก ฟริมปง อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
  • นาทีที่ 39 & 45+3: หงส์แดง ได้ลุ้นจากจังหวะ โคดี้ กัคโป ครอสบอลให้ เวียร์ตซ์ โหม่งเน้นๆ แต่ มัตซ์ เซลส์ โชว์ซูเปอร์เซฟปัดทิ้งได้หวุดหวิด ก่อนที่ช่วงทดเจ็บ ฟอเรสต์ จะเกือบบวกลูกสองจากจังหวะยิงของ อีกอร์ เชซุส ทว่า อาลีสซง เบ็คเกอร์ ยังบินปัดชนคานออกหลังไปได้ ทำให้จบครึ่งแรก ฟอเรสต์ นำอยู่ 1-0
ลิเวอร์พูล เสมอ ฟอเรสต์ 2-2
ลิเวอร์พูล เสมอ ฟอเรสต์ 2-2

ครึ่งหลังสุดระทึก: เวียร์ตซ์ ปั้นเกมจ่ายสองแอสซิสต์ พาทีมเจ๊า 2-2

เข้าสู่ครึ่งหลัง รูปเกมเปิดแลกกันอย่างดุเดือดจนมีประตูเกิดขึ้นถึง 3 ลูก:

  • นาทีที่ 60 (ลิเวอร์พูล ตีเสมอ 1-1): โฟลเรียน เวียร์ตซ์ แทงบอลทะลุช่องเข้าเขตโทษให้ โคดี้ กัคโป ดึงจังหวะไหลบอลสุดเส้นหลังไปเสาสองถึง อเล็กซานเดอร์ อีซัค วิ่งมาแปจ่อๆ ไม่เหลือ
  • นาทีที่ 69 (ฟอเรสต์ นำ 2-1): จากลูกทุ่มแดนบนของ เลียม ดีแล็ป บอลทะลักเข้าเขตโทษ เนโก วิลเลี่ยมส์ วิ่งตามไปถึงบอลก่อนถูก อาลีสซง เบ็คเกอร์ สกัดล้มลง ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ รับหน้าที่สังหารหลอกผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเยือกเย็น
  • นาทีที่ 82 (ลิเวอร์พูล ตีเสมอ 2-2): อันโดนี่ อีราโอล่า ปรับหมากมาเล่นระบบ 3-5-2 ดัน บิกตอร์ มูนญอซ ขึ้นไปยืนแดนหน้า ก่อนที่ เวียร์ตซ์ จะพลิกบอลหน้ากรอบแล้วแทงเข้าเขตโทษให้ มูนญอซ แต่งบอลด้วยขวาแล้วหมุนตัวกดเต็มข้อบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างงดงาม

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ลิเวอร์พูล เสมอ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-2 ส่งผลให้กุนซือทั้งสองฝั่งทั้ง อีราโอล่า และ กลาสเนอร์ ยังคงสะกดคำว่าชนะไม่เป็นตลอด 3 เกมแรกในทุกรายการ

สรุปข้อมูลการแข่งขันและรายชื่อ 11 ตัวจริง

นี่คือตารางรวบรวมรายละเอียดผลการแข่งขัน สถิติผู้ทำประตู และรายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม:

หัวข้อข้อมูลรายละเอียดการแข่งขัน
การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ (Premier League)
คู่แข่งขันลิเวอร์พูล 2-2 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
สนามแข่งขันแอนฟิลด์ (Anfield)
ผู้ตัดสินแซม แบร์ร็อตต์ (Sam Barrott)
ผู้ทำประตู (ลิเวอร์พูล)อเล็กซานเดอร์ อีซัค (นาที 60), บิกตอร์ มูนญอซ (นาที 82)
ผู้ทำประตู (ฟอเรสต์)แดน เอ็นดอย (นาที 24), มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ (จุดโทษ นาที 69)
11 ตัวจริง ลิเวอร์พูลอาลีสซง เบ็คเกอร์ (GK), เจเรมี่ ฟริมปง, เฌเรมี่ ฌักเก้ต์, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, มิลอส เคอร์เคซ, โดมินิก โซบอสไล, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, บิกตอร์ มูนญอซ, โฟลเรียน เวียร์ตซ์, โคดี้ กัคโป, อเล็กซานเดอร์ อีซัค
11 ตัวจริง ฟอเรสต์มัตซ์ เซลส์ (GK), กุนญ่า, นิโกล่า มิเลนโควิช, มูรีลโล่, โอลา ไอน่า, เจมส์ แม็คเคที, ชาเฟอร์ ชลาเกอร์, เนโก วิลเลี่ยมส์, แดน เอ็นดอย, มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์, อีกอร์ เชซุส

(อ้างอิงข้อมูลอย่างเป็นทางการหลังจบการแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีก)

ลิเวอร์พูล เสมอ ฟอเรสต์ 2-2
ลิเวอร์พูล เสมอ ฟอเรสต์ 2-2

วิเคราะห์แท็กติกและโจทย์ใหญ่ของ อันโดนี่ อีราโอล่า

การเก็บได้เพียง 1 คะแนนในรังแอนฟิลด์ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาแนวรับของ ลิเวอร์พูล ที่ยังมีช่องว่างในการป้องกันบอลยาวและการเช็คล้ำหน้า แม้ว่าเกมรุกจะได้ความเฉียบคมและความคิดสร้างสรรค์ของ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ที่ทำ 2 แอสซิสต์ รวมถึงความเด็ดขาดของ อเล็กซานเดอร์ อีซัค และ บิกตอร์ มูนญอซ แต่หาก อีราโอล่า ต้องการพาทีมลุ้นหัวตาราง การขันน็อตเกมรับให้เหนียวแน่นขึ้นคือโจทย์เร่งด่วนที่สุดที่ต้องแก้ไขในแมตช์ถัดไป

แฟนบอลของทัพหงส์แดงสามารถร่วมส่งกำลังใจและติดตามอัปเดตผลงาน ลิเวอร์พูล เสมอ ฟอเรสต์ 2-2 พร้อมบทวิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกได้ทางหน้าเว็บไซต์ของเราอย่างใกล้ชิดเลยครับ!

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x