เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตปราการหลังระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล ออกอาการเดือดจัดจนต้องโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย สับแหลกฟอร์มการเล่นของแผงกองกลางทีมเก่า หลังเปิดช่องให้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สวนกลับเร็วและเสียถึงสองประตูในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค จบลงด้วยการเสมอกันไปอย่างดุเดือด 2-2Table of Contentsคาร์ราเกอร์ สับแหลก “บ้าไปแล้ว!” กองกลางดันสูงจนโดนโต้กลับบทวิเคราะห์: ทำไมแผงกองกลางลิเวอร์พูลถึงกลายเป็นจุดอ่อน?คาร์ราเกอร์ สับแหลก “บ้าไปแล้ว!” กองกลางดันสูงจนโดนโต้กลับคาร์ราเกอร์ สับแหลก “บ้าไปแล้ว!” กองกลางดันสูงจนโดนโต้กลับในเกมดังกล่าว ลิเวอร์พูล ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังตั้งแต่นาทีที่ 5 ของเกม จากจังหวะที่ นิวคาสเซิ่ล ได้โอกาสสวนกลับเร็ว และเป็น แอนโธลี่ เอลังก้า ที่หลุดเข้าไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป ส่งผลให้ คาร์ราเกอร์ ซึ่งรับหน้าที่เป็นกูรูฟุตบอลชื่อดัง ทนไม่ไหวจนต้องออกมาโพสต์ผ่าน X (ทวิตเตอร์) ทันทีว่า: “กองกลาง ลิเวอร์พูล บุกขึ้นไปข้างหน้าแบบที่เกิดขึ้นตลอดช่วงปรี-ซีซั่น บ้าไปแล้ว!”แม้ว่า “หงส์แดง” จะพยายามฮึดสู้จนทำประตูตีเสมอได้ แต่ทว่าไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อมา นิวคาสเซิ่ล ก็มาได้ประตูนำอีกครั้งเป็น 2-1 จากจังหวะสวนกลับแบบเดิม ซึ่งเป็น โจ วิลล็อค ที่ส่งบอลเข้าสู่ตาข่าย ทำให้ คาร์ราเกอร์ ต้องออกมาโพสต์ย้ำอีกครั้งด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรง:“อีกแล้ว! กองกลางแบบนี้ใช้ไม่ได้ผล ผมพูดไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มเกมการแข่งขันด้วยซ้ำ”บทวิเคราะห์: ทำไมแผงกองกลางลิเวอร์พูลถึงกลายเป็นจุดอ่อน?ปัญหาการยึดพื้นที่และการเล่นเกมรับของกองกลางลิเวอร์พูล ถือเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงอุ่นเครื่องปรีซีซั่น การดันแผงมิดฟิลด์ขึ้นสูงเพื่อบีบเกมกดดันคู่แข่ง (High Pressing) เป็นสไตล์การเล่นที่สร้างโอกาสเข้าทำได้ดี แต่ในทางกลับกัน หากเสียบอลในพื้นที่อันตราย จะทำให้พื้นที่ว่างด้านหลังมิดฟิลด์เปิดกว้าง จนเซนเตอร์แบ็กต้องรับภาระหนักในการดวลกับแนวรุกคู่แข่งที่มีความเร็วสูงจากสถิติในเกมนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า นิวคาสเซิ่ล ใช้โอกาสจากจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุก (Transition) เล่นงานลิเวอร์พูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากทัพ “หงส์แดง” ยังไม่เร่งปรับปรุงสมดุลระหว่างเกมรุกและเกมรับในแท็กติกนี้ พวกเขาอาจต้องเสียแต้มสำคัญอีกหลายนัดในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้สำหรับโปรแกรมนัดถัดไป ลิเวอร์พูล จะได้กลับไปเล่นในรังแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ ซึ่งต้องมาติดตามกันว่ากุนซือและทีมงานจะสามารถแก้ไขจุดบกพร่องตามที่กูรูหลายฝ่ายรวมถึง Sky Sports ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ได้หรือไม่ 0 0 votesArticle Rating แนะแนวเรื่องเดือดนอกสนาม! แมนยู เปิดศึก เชลซี ล่าตัว ‘นิโกโล่ เทรโซดี้’ ดาวยิงคลับ บรูช ค่าตัว 50 ล้านยูโร คาสคาริโน่ แนะ สเปอร์ส ทุ่มคว้า “เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ” แก้ปัญหามือหนึ่งหลังทีมฟอร์มบ่วง