ความเข้มข้นในศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้ายกลุ่มจี นัดที่สอง ทวีความเดือดดาลขึ้นอีกเท่าตัว! เมื่อทัพ “มัมมี่” ทีมชาติอียิปต์ เค้นหัวใจสุดแกร่งรัวถล่มคืน 3 ประตูรวดในช่วงครึ่งเวลาหลัง พลิกสถานการณ์กลับมาแซงเอาชนะ ทีมชาตินิวซีแลนด์ ไปได้อย่างน่าประทับใจ 3-1 ณ สังเวียน บีซี เพลซ (BC Place) ประเทศแคนาดา ส่งผลให้อียิปต์เก็บเพิ่มเป็น 4 คะแนน ผงาดขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มจี โอกาสผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์สดใสเป็นกองเกมนัดนี้มีความสำคัญต่อทั้งสองทีมอย่างยิ่งยวดเนื่องจากในเกมนัดแรกต่างกอดคอเสมอกับคู่แข่งมาด้วยกันทั้งคู่ (อียิปต์ เสมอ เบลเยียม 1-1 และ นิวซีแลนด์ เสมอ อิหร่าน 1-1) ทว่าความเก๋าเกมและสัญชาตญาณความเฉียบคมของซูเปอร์สตาร์ตัวเก่งอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในช่วงครึ่งหลัง คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่สยบความหวังของทัพ “ออลไวก์ส” ไปอย่างเด็ดขาดครึ่งแรกนิวซีแลนด์ช็อกโลก! “ฟินน์ เซอร์แมน” โขกนำก่อนเปิดฉากครึ่งแรก ณ สนามบีซี เพลซ เป็นฝั่งนิวซีแลนด์ที่เริ่มต้นเกมได้อย่างคึกคักและสร้างเซอร์ไพรส์ท้าทายแนวรับอียิปต์อย่างน่ากลัว โดยมีสามประสานแนวรุกอย่าง เอไลจาห์ จัสต์, ซาร์พรีต ซิงห์ และหัวหอกร่างยักษ์อย่าง คริส วู้ด คอยป่วนหลังบ้านอียิปต์นาทีที่ 7: นิวซีแลนด์เกือบได้เฮก่อนเมื่อ ลิเบราโต้ คาคาเซ่ แบ็กซ้ายจอมบุกเติมขึ้นมาทางริมเส้นก่อนเปิดบอลโค้งเข้าเขตโทษให้ ซาร์พรีต ซิงห์ ได้กึ่งยิงกึ่งชาร์จทว่าบอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดายนาทีที่ 15 (ประตู 1-0): ความพยายามของทัพออลไวก์สก็สัมฤทธิ์ผลจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย ทิม เพย์น เปิดบอลหยอดเข้ามาตรงกลางกรอบเขตโทษ และเป็น ฟินน์ เซอร์แมน (Finn Surman) ปราการหลังดาวรุ่งเทกตัวขึ้นโขกเต็มศีรษะส่งบอลพุ่งเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างเฉียบขาด พานิวซีแลนด์ออกนำ 1-0หลังเสียประตู อียิปต์เริ่มตื่นตัวและเปิดเกมบุกกดดันหวังทวงประตูคืน โดยนาทีที่ 27 โอมาร์ มาร์มูช (Omar Marmoush) ดาวยิงฟอร์มฮอตได้จังหวะสับไกยิงในเขตโทษทว่ายังไม่ผ่านมือ แม็กซ์ โครคอมเบ้ นายด่านนิวซีแลนด์ที่เซฟไว้ได้ และในนาทีที่ 35 ซาลาห์ก็เกือบสลักชื่อพังประตูได้เมื่อรับบอลส่งต่อจากมาร์มูชก่อนสับไกยิงด้วยซ้ายข้างถนัดทว่าบอลไซด์หลุดรอบออกไป ทำให้จบครึ่งแรก นิวซีแลนด์ยังคงนำอยู่ 1-0เกมเปลี่ยนครึ่งหลัง! ซาลาห์ ฉายแสงทั้งยิงทั้งจ่ายพามัมมี่แซงยับเริ่มต้นครึ่งเวลาหลัง อียิปต์ปรับหมากสู้ยิบตาและยกระดับความเร็วในเกมรุกขึ้นอย่างชัดเจน จนกระทั่งแนวรับนิวซีแลนด์เริ่มต้านทานความดุดันไม่ไหวและพังทลายลงในที่สุดนาทีที่ 58 (ประตู 1-1): อียิปต์ตามตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะที่ โมฮาเหม็ด ฮานี่ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าสู่ใจกลางเขตโทษ มอสตาฟา ซีโก้ (Mostafa Ziko) วิ่งโฉบเข้ามาโหม่งเต็มแรง บอลพุ่งตรงตัว แม็กซ์ โครคอมเบ้ ทว่าด้วยความแรงทำให้ปัดไม่ออกบอลทะลักเข้าก้นตาข่ายไปนาทีที่ 67 (ประตู 2-1): ทัพมัมมี่ได้ใจและมาได้ประตูพลิกแซงนำ จากจังหวะต่อบอลเข้ากรอบเขตโทษ ซีโก้ แตะบอลสั้น ๆ ถวายพานให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) ดึงจังหวะหลอกแนวรับก่อนแปด้วยซ้ายเรียดพื้นเสียบมุมเข้าไปอย่างเหนือชั้นนาทีที่ 82 (ประตู 3-1): อียิปต์มาได้ประตูปิดกล่องย้ำชัยชนะอย่างเด็ดขาด จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย ซาลาห์ เปิดบอลโค้งมาที่เสาแรกให้ เตรเซเก้ต์ (Trezeguet) วิ่งสลัดตัวประกบมาโหม่งเบียดเสาแรกเข้าประตูไปอย่างสวยงาม จบเกมนู้นอียิปต์ชนะไปอย่างเด็ดขาด 3-1ตารางคะแนนล่าสุด กลุ่มจี (Group G Standings) หลังผ่าน 2 นัดจากชัยชนะของอียิปต์ และผลการแข่งขันในอีกคู่หนึ่งของกลุ่มจีที่ทีมชาติเบลเยียมทำได้เพียงเสมอกับ อิหร่าน ไป 0-0 ส่งผลให้สถานการณ์ตารางคะแนนในกลุ่มจีมีทิศทางดังนี้:อันดับทีมชาติแข่งชนะเสมอแพ้ประตูได้-เสียคะแนนรวมสถานการณ์ลุ้นเข้ารอบ1ทีมชาติอียิปต์21104-2 (+2)4จ่าฝูงกลุ่ม (โอกาสเข้ารอบน็อกเอาต์สดใส)2ทีมชาติเบลเยียม20201-1 (0)2รองจ่าฝูงร่วม (ต้องชนะนัดสุดท้าย)3ทีมชาติอิหร่าน20201-1 (0)2รองจ่าฝูงร่วม (ต้องลุ้นนัดสุดท้าย)4ทีมชาตินิวซีแลนด์20112-4 (-2)1อันดับ 4 (เงื่อนไขต้องชนะนัดสุดท้ายและลุ้นผลคู่อื่น)นัดชี้ชะตา: ศึกตัดสินตั๋วเข้ารอบวันที่ 26 มิถุนายนนี้สถานการณ์ในกลุ่มจีเวลานี้เรียกได้ว่ายังไม่มีใครการันตีเข้ารอบร้อยเปอร์เซ็นต์ ยกเว้นนิวซีแลนด์ที่อยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากที่สุด โดยเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มจะฟาดแข้งพร้อมกันในวันที่ 26 มิถุนายนนี้:อียิปต์ พบ อิหร่าน: อียิปต์ต้องการเพียงแค่ผลเสมอเป็นอย่างน้อยก็จะลอยลำผ่านเข้ารอบทันที แต่หากชนะจะการันตีตำแหน่งแชมป์กลุ่มจีอย่างเป็นรูปธรรมนิวซีแลนด์ พบ เบลเยียม: นัดชี้ชะตาชีวิตของทัพปีศาจแดงแห่งยุโรปที่เวลานี้กำลังประสบปัญหานอกสนามรุมเร้า ทั้งอาการป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจของ เฌเรมี่ โดกู ปีกตัวเก่ง และแผงหลังจะไม่มีชื่อของ นาธาน เอ็นกอย ที่โดนใบแดงไล่ออกมาในเกมนัดก่อน ทำให้เกมนัดนี้จะเป็นด่านทดสอบชั้นยอดของ รูดี้ การ์เซีย กุนซือเบลเยียมว่าจะพาทีมเอาตัวรอดได้หรือไม่ ขณะที่นิวซีแลนด์ของ คริส วู้ด ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเปิดเกมบุกแลกเพื่อเก็บ 3 คะแนนเต็มและลุ้นปาฏิหาริย์เข้ารอบน็อกเอาต์ต่อไปในฟุตบอลโลก 2026! แนะแนวเรื่องปืนฝืดแถมแดง! รูดี้ การ์เซีย เซ็ง เบลเยียม เจ๊า อิหร่าน 0-0 ดาวซัลโวตลอดกาล! เมสซี่ เบิ้ลพา อาร์เจนตินา ชนะ ออสเตรีย 2-0