เจาะลึก! เซบาสเตียน เฮอเนส พาสตุ๊ตการ์ทลุ้นแชมป์ทั้ง 3 ถ้วย

เจาะลึก! เซบาสเตียน เฮอเนส พาสตุ๊ตการ์ทลุ้นแชมป์ทั้ง 3 ถ้วย

เจาะลึกฟอร์มแกร่ง สตุ๊ตการ์ท ยุค เซบาสเตียน เฮอเนส

เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท กำลังอยู่ในช่วงขับเคี่ยวอย่างหนักเพื่อแย่งชิงตั๋ว ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในศึกบุนเดสลีกา ขณะเดียวกันก็ยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ทั้งในศึก ยูฟ่า ยูโรป้าลีก และ เดเอฟเบ โพคาล ทัพ “ม้าขาว” ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่องภายใต้การคุมทีมของ เซบาสเตียน เฮอเนส กุนซือชาวเยอรมันที่ปลุกปั้นทีมให้ก้าวขึ้นมาต่อกรได้ในทุกรายการ

หลังจากคว้ารองแชมป์บุนเดสลีกาฤดูกาล 2023/24 และเป็นแชมป์เก่า เดเอฟเบ โพคาล สตุ๊ตการ์ทยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ดีเยี่ยม ปัจจุบันรั้งอันดับ 4 ของตารางบุนเดสลีกา นำหน้า แอร์เบ ไลป์ซิก 2 คะแนนในขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 10 นัด ซึ่งถือว่าอยู่ในเส้นทางที่สดใสสำหรับการคว้าโควตาฟุตบอลยุโรปเป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกัน

เกมรับเหนียวแน่น รากฐานสู่ความสำเร็จ

ผลงานของสตุ๊ตการ์ทในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาถือว่าน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง นับตั้งแต่ชัยชนะเหนือ แวร์เดอร์ เบรเมน ในนัดที่ 14 มีเพียงจ่าฝูงอย่าง บาเยิร์น มิวนิค เท่านั้นที่เก็บแต้มในลีกได้มากกว่าพวกเขา แม้ว่าจำนวนการทำประตู (27 ลูก) จะเป็นรองบาเยิร์น (39 ลูก) และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (28 ลูก) ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่สิ่งที่โดดเด่นคือ เกมรับที่เสียไปเพียง 10 ประตู ซึ่งน้อยที่สุดในลีก พร้อมเก็บคลีนชีตได้ถึง 4 นัด

ผลงานของสตุ๊ตการ์ทในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาถือว่าน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

หัวใจสำคัญในแดนหลังคือความแข็งแกร่งของคู่เซ็นเตอร์แบ็กอย่าง เจฟฟ์ ชาบอท และ ฟินน์ เยลท์ช ที่ยืนคุ้มกันให้กับ อเล็กซานเดอร์ นือเบล ผู้รักษาประตูตัวยืมจากบาเยิร์นที่ลงเฝ้าเสาอย่างสม่ำเสมอ โดยนือเบลเก็บไปแล้วถึง 9 คลีนชีตในฤดูกาลนี้ เป็นรองเพียง เกรกอร์ โคเบล (ดอร์ทมุนด์) และ ปีเตอร์ กูลัคซี่ (ไลป์ซิก) เท่านั้น

“ทีมของเรามีความกระหายอย่างมากที่จะประสบความสำเร็จร่วมกันต่อไป” — เจฟฟ์ ชาบอท

เกมรุกดุดันอันตรายทุกฝีก้าว

ในแง่ของเกมรุก เดนิซ อุนดาฟ เพิ่งเบิกสกอร์ที่ 50 ของตัวเองให้กับสตุ๊ตการ์ทในเกมที่ถล่ม โวล์ฟสบวร์ก 4-0 (นัดที่ 24) ทำให้สถิติของเขาในปี 2026 ขยับขึ้นเป็น 8 ประตู 7 แอสซิสต์รวมทุกรายการ ขณะที่ แอร์เมดิน เดมิโรวิช และ เจมี่ เลเวลิ่ง ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังเบรกหนีหนาว โดยทำรวมกันไปถึง 12 ประตู 4 แอสซิสต์ ยกระดับให้ทัพม้าขาวกลายเป็นหนึ่งในแนวรุกที่น่ากลัวที่สุดในยุโรป

“ผมดีใจที่ทำได้ 2 ประตู แต่ความสำเร็จของทีมต้องมาก่อนเสมอ เราจะกลับไปซ้อมในสัปดาห์หน้าด้วยความรู้สึกที่ดี และพร้อมลุยต่อด้วยพลังงานแบบนี้” — เจมี่ เลเวลิ่ง

สถิติการครองบอลและเกมยุโรป

ตัวเชื่อมระหว่างเกมรับที่เหนียวแน่นและเกมรุกที่ไหลลื่นคือแดนกลางที่คุมจังหวะโดย อังเจโล่ สติลเลอร์ และ อตาคาน คาราซอร์ แม้ทั้งคู่มักจะปิดทองหลังพระ แต่พวกเขากลับมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อระบบของทีม

  • สถิติในลีก: ครองบอลเฉลี่ย 56% และจ่ายบอลแม่นยำ 85.6% (เป็นรองแค่ บาเยิร์น และ เลเวอร์คูเซ่น)
  • สถิติในยุโรป: มีเพียง ลียง, แอสตัน วิลล่า และ เรอัล เบติส ที่มีสถิติการจ่ายบอลแม่นยำกว่าพวกเขา
  • เกมรุกในยุโรป: ทำไปแล้ว 19 ประตู นำเป็นอันดับหนึ่งใน ยูโรป้าลีก ซีซั่นนี้

ชัยชนะเหนือ เซลติก ในรอบเพลย์ออฟ ยูโรป้าลีก ถือเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่ง และพาสตุ๊ตการ์ททะลุเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลยุโรปได้เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี ซึ่ง เฮอเนส ได้ยกย่องความสำเร็จนี้ว่าเป็น “ประวัติศาสตร์หน้าใหม่” ของสโมสร

สตุ๊ตการ์ทเพิ่งปราชัยไปเพียง 3 นัดในปี 2026 (พ่าย โรม่า, ซังต์. เพาลี และ เซลติก)

พลังแห่งการทำงานเป็นทีม

สตุ๊ตการ์ทเพิ่งปราชัยไปเพียง 3 นัดในปี 2026 (พ่าย โรม่า, ซังต์. เพาลี และ เซลติก) ขุมกำลังของพวกเขาอัดแน่นไปด้วยความสมดุลจากการผสมผสานระหว่างดาวรุ่งและนักเตะมากประสบการณ์

ในศึก เดเอฟเบ โพคาล พวกเขาเหลือแค่การผ่าน ไฟร์บวร์ก ในรอบรองชนะเลิศ เพื่อตบเท้าเข้าสู่กรุงเบอร์ลินไปรอชิงกับ บาเยิร์น หรือ เลเวอร์คูเซ่น ขณะที่ใน ยูโรป้าลีก พวกเขาก็ถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ และเป้าหมายที่ใกล้ที่สุดของพวกเขาคือการดวลกับ ไมน์ซ เพื่อสานต่อผลงานอันยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของเฮอเนสต่อไป