อนาคตค้าแข้งของ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าวัย 28 ปีของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังจะเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญและบีบคั้นหัวใจที่สุดอีกครั้ง หลังสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน อย่าง บาร์เซโลน่า กำลังเผชิญหน้ากับเดดไลน์ในการตัดสินใจว่าจะใช้ออปชันซื้อขาดดาวยิงรายนี้มาร่วมทัพถาวรหรือไม่ส่องเงื่อนไข 26 ล้านปอนด์ และเส้นตายจาก โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดบาร์เซโลน่า ได้ยืมตัว มาร์คัส แรชฟอร์ด ไปใช้งานเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และมีกำหนดเส้นตายภายในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ ในการตัดสินใจว่าจะเปิดใช้เงื่อนไขซื้อขาดที่ราคา 26 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.1 พันล้านบาท) หรือไม่อย่างไรก็ตาม จนถึงนาทีนี้ยังคงไม่มีการติดต่ออย่างเป็นทางการระหว่างสองสโมสร และมีกระแสข่าวลืออย่างหนักตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาว่า ยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นกาตาลุนญ่าอาจตัดสินใจไม่เซ็นสัญญาถาวรกับดาวยิงชาวอังกฤษรายนี้ เนื่องจากเพิ่งทุ่มเงินก้อนโตไปกับดีลอื่นทุ่มเงินคว้า แอนโธนี่ กอร์ดอน: บาร์เซโลน่า เพิ่งปิดดีลจ่ายเงินสูงถึง 69.3 ล้านปอนด์ คว้าตัว แอนโธนี่ กอร์ดอน ปีกตัวเก่งจากนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งกลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของแรชฟอร์ดทั้งในระดับสโมสรและในแคมป์ทีมชาติอังกฤษลุยศึกฟุตบอลโลกแมนยู ยืนกรานไม่ลดราคา: บอร์ดบริหารของปีศาจแดงย้ำชัดเจนหลายครั้งว่า พวกเขาจะไม่เปิดการเจรจาต่อรองค่าตัวของแรชฟอร์ดใหม่เด็ดขาด และพร้อมจะปล่อยให้เส้นตายนี้ผ่านพ้นไปโดยไม่มีข้อตกลงหากบาร์ซ่าไม่จ่ายตามตัวเลขที่กำหนดวิกฤตค่าเหนื่อยแสนแพง และความหวังภายใต้ร่มเงา “ไมเคิ่ล คาร์ริก”หากดีลซื้อขาดนี้ล่มลงอย่างเป็นทางการ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างการทำทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทันที เนื่องจาก แรชฟอร์ด ถือสัญญาที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของสโมสร ซึ่งมีระยะเวลายาวไปจนถึงปี 2028 ทว่าขัดแย้งกับนโยบายของ เซอร์ จิม แร็ทคลิฟฟ์ ผู้ร่วมบริหารสโมสรที่ต้องการลดเพดานค่าเหนื่อยนักเตะชุดใหญ่ลงอย่างเร่งด่วนก่อนหน้านี้ในยุคของอดีตผู้จัดการทีม รูเบน อาโมริม แรชฟอร์ด ถูกจัดไปอยู่ใน “กลุ่มนักเตะทีมสำรอง” ก่อนจะถูกปล่อยยืมตัวไปสเปน แต่การก้าวเข้ามาของ ไมเคิ่ล คาร์ริก เฮดโค้ชคนปัจจุบัน อาจเป็นกุญแจสำคัญในการชุบชีวิตอาชีพค้าแข้งของเขาในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกครั้ง“ไม่ว่าใครจะอยู่ที่นี่ ผมก็อยากร่วมงานด้วย และอยากช่วยให้พวกเขาพัฒนาศักยภาพขึ้นไปอีก” — ไมเคิ่ล คาร์ริก กล่าวถึงกรณีอนาคตของ แรชฟอร์ด เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่าง คาร์ริก และ แรชฟอร์ด นั้นมีความลึกซึ้งเป็นอย่างมาก เนื่องจากคาร์ริกเคยเป็นทั้งอดีตเพื่อนร่วมทีม, สตาฟฟ์โค้ช และยังเคยทำหน้าที่คุมทีมขัดตาทัพในช่วงที่แรชฟอร์ดกำลังเติบโตขึ้นมาจากระบบอคาเดมี่ จนปัจจุบันเจ้าตัวก้าวขึ้นมาเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลอันดับ 15 ของทัพปีศาจแดงไทม์ไลน์และขั้นตอนถัดไปหลังจบศึกฟุตบอลโลกแม้ว่ากำหนดเส้นตายวันที่ 15 มิถุนายน จะผ่านพ้นไป แต่สถานการณ์ของดาวเตะรายนี้ก็ยังมีเวลาให้บอร์ดบริหารได้หายใจและไตร่ตรอง โดยมีการคาดการณ์ไทม์ไลน์การกลับมารายงานตัวของแรชฟอร์ดดังนี้:ช่วงเวลา / วันที่เหตุการณ์และตารางงานหลังจบฟุตบอลโลกได้สิทธิ์พักผ่อนเป็นเวลา 3 สัปดาห์เต็มสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคมกลับมารายงานตัวและลงซ้อมที่สนามแคร์ริงตัน (หากอังกฤษตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย)8 สิงหาคมลงเล่นเกมอุ่นเครื่องพรีซีซั่นพบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่เมืองโกเตนเบิร์กกลางเดือนสิงหาคมเดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมร่วมกับทีมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ณ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ช่วงเวลาระหว่างการพักร้อนและการเตรียมทีมช่วงปรีซีซั่นนี้เอง จะเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันตัดสินใจอนาคตของ มาร์คัส แรชฟอร์ด อีกครั้ง ซึ่งแหล่งข่าววงในหลายแห่งระบุว่า ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ที่เขาจะย้ายกลับไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า อีกรอบ ทว่าอาจเป็นด้วยรูปแบบโครงสร้างสัญญาและข้อตกลงที่แตกต่างไปจากฉบับเดิม แนะแนวเรื่องวางรากฐานอนาคต! ‘บาร์ซ่า’ ส่งตัวแทนดอดทาบ ‘ฟาเบรกาส’ หวังดึงสานต่องาน ‘ฟลิค’ ปี 2028 รับทรัพย์ 17.5 ล้าน! บิคตอร์ มูนญอซ นิวคาสเซิ่ล จ่อปิดดีลพรีเมียร์ลีก เอื้อประโยชน์มาดริดเต็มๆ