แม้ผลงานบนผืนหญ้าในฤดูกาลนี้จะไม่ค่อยหวือหวาจนถึงขั้นหลุดโผ ทีมชาติอาร์เจนตินา ชุดเตรียมลุยศึก ฟุตบอลโลก 2026 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับความเคลื่อนไหวบนโซเชียลมีเดียของ อเลฮานโดร การ์นาโช่ (Alejandro Garnacho) ปีกดาวรุ่งของ เชลซี (Chelsea) ยังคงจัดจ้านและสร้างความฮือฮาได้เสมอรายงานล่าสุดจากสื่อดังอย่าง สปอร์ต เมล (Sports Mail) เปิดเผยว่า ปีกวัย 21 ปีรายนี้ ผู้ซึ่งหลงใหลในศิลปะบนเรือนร่างชนิดที่ไม่กลัวการติดเชื้อในกระแสเลือด ได้จัดการเพิ่มรอยสักชิ้นใหม่ที่อลังการและสะดุดตาที่สุดลงบนร่างกายของเขา นั่นคือภาพของแอนตี้ฮีโร่ขวัญใจคนยุคเจนซี (Gen Z) อย่าง “โจ๊กเกอร์” (Joker)‘Why So Serious?’ ผลงานชิ้นเอกบนแผ่นหลังรอยสักชิ้นใหม่ของ การ์นาโช่ เป็นภาพของ โจ๊กเกอร์ ในเวอร์ชั่นอันโด่งดังที่รับบทโดยนักแสดงหนุ่มผู้ล่วงลับ ฮีธ เล็ดเจอร์ (Heath Ledger) จากภาพยนตร์ระดับตำนานเรื่อง แบทแมน : อัศวินรัตติกาล (The Dark Knight)ภาพรอยสักดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่เต็มแผ่นหลังทั้งหมดของเขา แสดงให้เห็นตัวละคร โจ๊กเกอร์ กำลังถือไพ่ พร้อมกับประโยควลีเด็ดสุดคลาสสิกอย่าง “Why so serious?” (ทำไมต้องจริงจังขนาดนั้น?)ผลงานชิ้นเอกนี้ถูกรังสรรค์โดย โฮอากีน แกงก้า (Joaquin Ganga) ช่างสักชื่อดังแห่งมหานคร ลอส แอนเจลีส ผู้ซึ่งเคยฝากฝีเข็มให้กับซูเปอร์สตาร์ระดับโลกมาแล้วมากมาย อาทิ เดร้ก (Drake), เลอบรอน เจมส์ และ โพสต์ มาโลนแกงก้า ได้โพสต์วิดีโอขั้นตอนการทำงานลงบน อินสตาแกรม ส่วนตัว พร้อมระบุข้อความว่า “สักทับแผ่นหลังทั้งหมดเป็นรูปโจ๊กเกอร์ให้ @garnacho7 กับทีมงานของผม @nopain.by.ganga” ซึ่งคาดการณ์กันว่ารอยสักระดับนี้ต้องใช้เวลาทำหลายเซสชั่น ไม่สามารถจบได้ในวันเดียว และมีค่าใช้จ่ายสูงถึงหลักหลายพันปอนด์เลยทีเดียวรวมฮิตป๊อปคัลเจอร์ และร่องรอยแห่งความทรงจำนอกเหนือจาก โจ๊กเกอร์ แล้ว บนร่างกายของ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ยังเต็มไปด้วยรอยสักที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมป๊อปร่วมสมัยอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น รูปดาราสาว มิลลี่ บ็อบบี้ บราวน์ จากซีรีส์ฮิต สเตรนเจอร์ ธิงส์ (Stranger Things) บริเวณแขนซ้าย รวมถึงตัวละครจากการ์ตูนและภาพยนตร์ดังอย่าง กัปตันซึบาสะ และ Prison Breakอีกหนึ่งรอยสักที่น่าสนใจคือ ภาพเด็กน้อยสวมเสื้อแข่งหมายเลข 7 ซึ่งเป็นการแสดงความเคารพต่อความปรารถนาอันแรงกล้าของเขา ที่อยากจะสวมเสื้อหมายเลขตำนานนั้นสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนที่ชีวิตจะหักเห ทำให้เขาต้องย้ายมาร่วมทัพ “สิงห์บลูส์” ด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว และกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในการเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมาในปัจจุบัน แนะแนวเรื่องคาร์ราเกอร์ เบรกตัวโก่ง! ชี้เหตุผล ‘อีราโอล่า’ ยังไม่พร้อมรับเผือกร้อนคุมทัพ ‘ลิเวอร์พูล’ รูนี่ย์ ยอมรับตามตรง! เคยแอบกังวลตอน ‘บรูโน่’ ย้ายซบ ‘แมนยู’ ก่อนเปลี่ยนใจเพราะคนนี้