โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ตัดพ้อโชคชะตาหลังน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แพ้คริสตัล พาเลซ 1-3 ยอมรับทีมสร้างโอกาสได้มากแต่จบสกอร์ไม่คม พร้อมยืนยันไม่ตำหนิลูกทีมโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ตัดพ้อโชคชะตาหลังน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แพ้คริสตัล พาเลซ 1-3 ยอมรับทีมสร้างโอกาสได้มากแต่จบสกอร์ไม่คม พร้อมยืนยันไม่ตำหนิลูกทีม

โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ (Oliver Glasner) กุนซือ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แสดงความผิดหวังหลังพาทีมบุกแพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 ที่สนามเซลเฮิร์สต์ พาร์ค โดยมองว่าลูกทีมสร้างโอกาสทำประตูได้มากมาย แต่กลับเปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่ได้ พร้อมยืนยันว่าไม่ต้องการตำหนินักเตะ เพราะทุกคนทุ่มเทและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นใจ

กลาสเนอร์เสียดาย ฟอเรสต์สร้างโอกาสมากมายแต่ปิดเกมไม่ได้
กลาสเนอร์เสียดาย ฟอเรสต์สร้างโอกาสมากมายแต่ปิดเกมไม่ได้

กลาสเนอร์เสียดาย ฟอเรสต์สร้างโอกาสมากมายแต่ปิดเกมไม่ได้

กลาสเนอร์ยอมรับว่า ฟอเรสต์มีโอกาสทำประตูมากพอที่จะเปลี่ยนผลการแข่งขัน แต่ปัญหาสำคัญคือทีมไม่สามารถส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนจะต้องจ่ายราคาแพงจากการเสียประตูในช่วงเวลาสำคัญ

กุนซือชาวออสเตรียกล่าวว่า เขาผ่านประสบการณ์ลงเล่นที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค มาแล้วหลายครั้ง และแทบไม่เคยเห็นทีมไหนสร้างโอกาสได้มากเท่ากับฟอเรสต์ในเกมนี้ แต่สุดท้ายความเด็ดขาดกลับเป็นสิ่งที่ทีมขาดหายไป

“เราปิดเกมไม่ได้ทั้งที่ควรจะทำได้ เพราะเราสร้างโอกาสทำประตูได้มากมาย ผมเล่นที่นี่มาหลายเกมและไม่เคยเห็นทีมไหนสร้างโอกาสได้เยอะขนาดนี้มาก่อน แต่สุดท้ายเรากลับเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นเป็นประตูไม่ได้”

เสียสองประตูก่อนพักครึ่ง ก่อนสถานการณ์ยิ่งยาก

อีกหนึ่งช่วงเวลาที่สร้างความเสียหายให้กับฟอเรสต์คือการเสียสองประตูก่อนหมดครึ่งแรก ทำให้ทีมต้องตกอยู่ในสถานการณ์กดดัน แม้หลังจากนั้นจะยังมีโอกาสทองให้กลับเข้าสู่เกม แต่ก็ไม่สามารถฉวยโอกาสเอาไว้ได้

กลาสเนอร์มองว่าทีมยังมีโอกาสเปลี่ยนสถานการณ์ ทว่าการเสียประตูเพิ่มเติมจนสกอร์ขยับเป็น 1-3 ทำให้ภารกิจไล่ตามคู่แข่งยากขึ้นไปอีก

“เราเสียสองประตูในช่วงก่อนหมดครึ่งแรก จากนั้นเราก็มีโอกาสทองอีกสองครั้ง แต่แล้วเรากลับมาเสียประตูแบบน่าขันจนตามหลัง 1-3”

โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ พูดถึงโชคชะตา เหมือนไม่สมควรชนะที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค

แม้จะผิดหวังกับผลการแข่งขัน แต่กลาสเนอร์ไม่ได้โยนความผิดให้ลูกทีม โดยเจ้าตัวยอมรับในเชิงประชดว่าบางทีโชคชะตาอาจไม่ต้องการให้เขาคว้าชัยชนะเหนือทีมเก่าอย่างคริสตัล พาเลซ ในสนามแห่งนี้

เขายังยืนยันด้วยว่า นักเตะทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ทั้งในแง่ความมุ่งมั่นและคุณภาพการเล่น จึงไม่มีใครสมควรถูกตำหนิจากความพ่ายแพ้ครั้งนี้

“วันนี้ดูเหมือนว่าผมจะเป็นคนเดียวที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ จะเรียกว่ากรรมตามสนองหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่มันเหมือนกับว่าผมไม่สมควรได้รับชัยชนะที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค เพราะนักเตะทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีที่สุดแล้ว ไม่มีใครต้องถูกตำหนิเลย ทั้งความทุ่มเทและคุณภาพการเล่นนั้นยอดเยี่ยม”

คำพูดดังกล่าวสะท้อนความรู้สึกเสียดายของกลาสเนอร์ที่เห็นทีมทำผลงานได้ดีในหลายช่วง แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนรูปเกมให้กลายเป็นผลการแข่งขันที่ต้องการได้

Oliver Glasner 3
แม้แพ้ 1-3 แต่กลาสเนอร์เชื่อฟอร์มแบบนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจ

แม้แพ้ 1-3 แต่กลาสเนอร์เชื่อฟอร์มแบบนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจ

กลาสเนอร์มองว่า ฟอเรสต์ไม่ควรตัดสินผลงานของตัวเองจากสกอร์เพียงอย่างเดียว เพราะรูปแบบการเล่นและจำนวนโอกาสที่สร้างขึ้นยังเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับเกมต่อไป

กุนซือฟอเรสต์กล่าวว่า

“ฟอร์มการเล่นแบบนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเรา แม้ว่าผลการแข่งขันจะทำให้รู้สึกแปลกๆ ไปบ้างก็ตาม”

เขายังยอมรับว่าเป็นเกมที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์พลิกผัน พร้อมย้ำว่าทีมต้องเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น โดยไม่ปล่อยให้ความผิดหวังจากผลการแข่งขันบดบังข้อดีที่แสดงออกมาในสนาม

“เป็นเกมที่บ้าคลั่งมาก แต่สำหรับเราแล้ว สิ่งสำคัญคือการไม่มองแค่ผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว”

ชื่นชมแฟนบอลทั้งพาเลซและฟอเรสต์

นอกจากเรื่องในสนามแล้ว กลาสเนอร์ยังกล่าวขอบคุณแฟนบอลของทั้งคริสตัล พาเลซ และน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่ให้การสนับสนุนทีม โดยมองว่าการได้รับกำลังใจจากแฟนบอลทั้งสองฝั่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก

“ต้องขอขอบคุณแฟนบอลของทั้ง พาเลซ และ ฟอเรสต์ อย่างมาก ไม่บ่อยนักหรอกที่จะได้รับการสนับสนุนจากแฟนบอลทั้งสองฝั่งแบบนี้ ขอบคุณจริงๆ”

คำขอบคุณดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่กลาสเนอร์ให้ความสำคัญ แม้ค่ำคืนที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค จะจบลงด้วยความผิดหวังของทีมเยือนก็ตาม

Oliver Glasner 1
กลาสเนอร์ปกป้องดีแล็ป หลังพลาดโอกาสทำประตู

กลาสเนอร์ปกป้องดีแล็ป หลังพลาดโอกาสทำประตู

กลาสเนอร์ยังพูดถึงจังหวะลุ้นประตูของ เลียม ดีแล็ป โดยยืนยันว่าไม่ต้องการตำหนินักเตะจากการตัดสินใจในจังหวะดังกล่าว เพราะเชื่อว่าการยิงด้วยความหนักหน่วงเป็นหนึ่งในจุดแข็งของเจ้าตัว

กุนซือรายนี้มองว่า หากดีแล็ปได้เจอสถานการณ์ลักษณะเดียวกันอีกหลายครั้ง เขาก็มีโอกาสเปลี่ยนจังหวะเหล่านั้นเป็นประตูได้ พร้อมชี้ว่าตัวนักเตะเองก็รู้ว่ามีทางเลือกอื่นในการจบสกอร์เช่นกัน

“90% ของประตูที่เขาทำได้มาจากการยิงด้วยความหนักหน่วง นั่นคือจุดแข็งของเขาและผมไม่โทษเขาเลยในจังหวะนี้ เขารู้ดีว่าเขาสามารถเลือกทำอย่างอื่นได้ แต่ผมคิดว่าหากเจอสถานการณ์เดิมแบบนี้อีกสัก 10 ครั้ง เขาก็น่าจะทำประตูได้แน่ๆ”

ส่วนประตูที่สองของคริสตัล พาเลซ กลาสเนอร์ยอมรับว่ายังไม่ได้กลับไปตรวจสอบภาพการแข่งขัน จึงยังไม่ต้องการแสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจนเกี่ยวกับจังหวะดังกล่าว

“ผมยังไม่ได้กลับไปดูเลย บางทีวันนี้จังหวะมันอาจจะไม่ได้ชัดเจนแจ่มแจ้งนัก”

บทสรุป: ฟอเรสต์ต้องเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตู

ความพ่ายแพ้ 1-3 ต่อคริสตัล พาเลซ ทำให้โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ต้องกลับไปทบทวนรายละเอียดในเกม โดยเฉพาะประสิทธิภาพในการจบสกอร์และการรับมือกับช่วงเวลาสำคัญของการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม กุนซือฟอเรสต์ยังมองเห็นแง่บวกจากฟอร์มการเล่นของลูกทีม และยืนยันว่าจะไม่กล่าวโทษนักเตะที่ทุ่มเทเต็มที่ สิ่งสำคัญหลังจากนี้คือการรักษาความมั่นใจ พร้อมยกระดับความเฉียบคม เพื่อเปลี่ยนโอกาสที่สร้างขึ้นให้กลายเป็นผลการแข่งขันที่ดีขึ้นในนัดต่อไป

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x