คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ (Kylian Mbappé) ซูเปอร์สตาร์กองหน้ากัปตันทีมชาติฝรั่งเศส พร้อมสลัดความผิดหวังลงสนามช่วยทัพ “ตราไก่” ในเกมบิ๊กแมตช์ดวลกับทีมชาติอังกฤษ ในศึกฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงอันดับที่ 3 ณ สนามไมอามี สเตเดียม รัฐฟลอริดา โดยทาง ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ เฮดโค้ชของทีมมองว่า การลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดหรือรางวัลรองเท้าทองคำ (Golden Boot) ถือเป็นแรงจูงใจที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่งสำหรับตัวรุกรายนี้Table of Contentsโค้งสุดท้ายชิงรางวัลรองเท้าทองคำ (Golden Boot)ถอดบทสัมภาษณ์ ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์: นัดนี้มีความหมายมากกว่าที่คิดฝรั่งเศส (ตราไก่) หวังกู้ศรัทธาหลังพ่ายสเปนอังกฤษ (สิงโตคำราม) ในยุคใหม่ของ โธมัส ทูเคิ่ลทีมชาติฝรั่งเศส (4-2-3-1)ทีมชาติอังกฤษ (4-2-3-1)หลังพ่ายแพ้ต่อสเปนในรอบรองชนะเลิศอย่างน่าเสียดาย ทัพฝรั่งเศสไม่มีเวลาให้เสียใจนาน พวกเขาต้องกลับมารวบรวมสมาธิเพื่อคว้าเหรียญทองแดงกลับบ้าน และแมตช์พบกับคู่ปรับตลอดกาลอย่างอังกฤษ จะเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นยอดว่าใครคือเบอร์หนึ่งที่เหนือกว่าในทัวร์นาเมนต์นี้โค้งสุดท้ายชิงรางวัลรองเท้าทองคำ (Golden Boot)ในปัจจุบัน เอ็มบั๊ปเป้ กำลังนำเป็นดาวซัลโวร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา ที่จำนวน 8 ประตูเท่ากัน ทว่าดาวยิงอาร์เจนไตน์ยังมีสถิติที่เหนือกว่าเล็กน้อยด้วยจำนวนแอสซิสต์ที่ทำไป 4 ครั้ง ส่วนดาวยิงฝรั่งเศสทำไป 3 ครั้ง ขณะที่ แฮร์รี่ เคน และ จู๊ด เบลลิงแฮม สองสตาร์จากทัพสิงโตคำราม อังกฤษ ก็ยังมีลุ้นห่างๆ อยู่ที่จำนวน 6 ประตูการพบกันในเกมนัดชิงอันดับ 3 นี้นอกจากจะเป็นเกมเพื่อเกียรติยศทีมชาติแล้ว สำหรับเอ็มบั๊ปเป้ มันคือโอกาสสำคัญในการบวกประตูเพิ่มเพื่อแซงหน้าเมสซี่ขึ้นไปคว้าตำแหน่งดาวยิงสูงสุดเดี่ยวๆ อีกด้วยถอดบทสัมภาษณ์ ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์: นัดนี้มีความหมายมากกว่าที่คิดถอดบทสัมภาษณ์ ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์: นัดนี้มีความหมายมากกว่าที่คิดเมื่อถูกถามถึงโอกาสการมีส่วนร่วมของ เอ็มบั๊ปเป้ ในงานแถลงข่าวก่อนเกม ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ กล่าวเปิดเผยว่า:“เขามีความพร้อม มีเหตุผลสำหรับแรงจูงใจเสมอ เราวิเคราะห์สิ่งที่เราสามารถทำได้บนสนาม คีลิยัน ไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งนั้นมางัดข้อ แต่การที่เขามีเป้าหมายส่วนตัวนี้ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เขาอาจจะมีสิ่งอื่นอยู่ในหัวของเขา”“มันไม่ใช่แมตช์ที่ไม่มีความหมาย มันจะไม่เปลี่ยนชีวิตของเรา แต่มันดีกว่าที่จะจบอันดับสามแทนที่จะเป็นอันดับสี่ มีกี่ทีมที่ต้องกลับบ้านไปก่อนรอบรองชนะเลิศ? มันคือ 44 ทีม! พวกเรายังคงอยู่ที่นี่ เรามีหน้าที่เสมอเมื่ออยู่กับทีมชาติฝรั่งเศส”วิเคราะห์ฟอร์มล่าสุดและการเตรียมพร้อมของทั้งสองทีมเพื่อให้เห็นถึงความพร้อมของคู่รักคู่แค้นคู่นี้ เรามาเจาะลึกฟอร์มการเล่นของทั้งสองทีมก่อนที่เสียงนกหวีดเริ่มเกมจะดังขึ้นฝรั่งเศส (ตราไก่) หวังกู้ศรัทธาหลังพ่ายสเปนทีมชาติฝรั่งเศสของ ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยชนะรวดมา 6 นัดติดต่อกันก่อนจะมาพ่ายให้กับทีมชาติสเปน 0-2 ในรอบรองชนะเลิศ แม้จะพลาดโอกาสเข้าไปป้องกันแชมป์โลก แต่ขุมกำลังชุดนี้ยังคงกระหายชัยชนะ การได้ตัวหลักอย่าง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ นำทัพ ร่วมกับดาวรุ่งและแกนหลักอย่าง เตโอ เอร์นานเดซ และ อุสมาน เดมเบเล่ ทำให้ฝรั่งเศสยังคงน่ากลัวในเกมรุกอังกฤษ (สิงโตคำราม) ในยุคใหม่ของ โธมัส ทูเคิ่ลทางด้าน “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล ต้องอกหักในรอบรองชนะเลิศเช่นกันหลังจากพ่ายให้อาร์เจนตินาอย่างหวุดหวิด 1-2 ในเกมสุดดราม่า อย่างไรก็ตาม ทัพสิงโตคำรามชุดนี้แสดงให้เห็นถึงวินัยเกมรับและหัวใจนักสู้ โดยมี แฮร์รี่ เคน ที่พร้อมลงสนามล่าตาข่ายเพื่อสร้างประวัติศาสตร์และช่วยลุ้นรางวัลส่วนตัวเคียงข้างไปกับเพื่อนร่วมทีมสถิติล่าสุด: ตารางคะแนนผู้ทำประตูสูงสุดฟุตบอลโลก 2026เพื่อให้เห็นภาพการขับเคี่ยวรางวัลรองเท้าทองคำที่ชัดเจนยิ่งขึ้น นี่คืออันดับผู้ทำประตูสูงสุดก่อนเกมนัดชิงอันดับที่ 3 และนัดชิงชนะเลิศจะเริ่มต้นขึ้น:นักเตะทีมชาติจำนวนประตูแอสซิสต์คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ฝรั่งเศส83ลิโอเนล เมสซี่อาร์เจนตินา84แฮร์รี่ เคนอังกฤษ62จู๊ด เบลลิงแฮมอังกฤษ61(อ้างอิงสถิติอย่างเป็นทางการจาก FIFA Official Website)คาดการณ์ผู้เล่น 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม (Expected Lineups)ทั้งสองผู้จัดการทีมคาดว่าจะส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเพื่อปิดฉากทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ทีมชาติฝรั่งเศส (4-2-3-1)ผู้รักษาประตู: ไมค์ เมนญ็อง (Mike Maignan)กองหลัง: มาโล กุสโต, มาร์กซ็องส์ ลาครัวซ์, อิบราฮิมา โกนาเต้, เตโอ เอร์นานเดซกองกลาง: วาร์เรน ซาอีร์-เอเมรี่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ไมเคิ่ล โอลิเซ่กองหน้า/ปีก: รายาน แชร์กี้, เดซีเร่ ดูเอ้, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ทีมชาติอังกฤษ (4-2-3-1)ผู้รักษาประตู: จอร์แดน พิกฟอร์ด (Jordan Pickford)กองหลัง: เจด สเปนซ์, เทรโวห์ ชาโลบาห์, มาร์ค เกฮี, จอห์น สโตนส์กองกลาง: ค็อบบี้ เมนู, เอลเลียต แอนเดอร์สัน, มอร์แกน โรเจอร์สกองหน้า/ปีก: โนนี่ มาดูเอเก้, มาร์คัส แรชฟอร์ด, แฮร์รี่ เคนย้อนรอยประวัติศาสตร์: ฝรั่งเศส ปะทะ อังกฤษ ในฟุตบอลโลกการโคจรมาพบกันระหว่าง ฝรั่งเศส และ อังกฤษ ในเกมนัดชิงอันดับ 3 นี้ ไม่ใช่แค่การเล่นเพื่อเกียรติยศ แต่คือศึกแห่งศักดิ์ศรีของสองมหาอำนาจลูกหนังยุโรป โดยหากย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ทั้งสองทีมเคยดวลเดือดกันมาแล้วในแมตช์สำคัญ:ฟุตบอลโลก 1966 (รอบแบ่งกลุ่ม): อังกฤษ ชนะ ฝรั่งเศส 2-0 (ทัพสิงโตคำรามก้าวไปคว้าแชมป์โลกในปีนั้น)ฟุตบอลโลก 1982 (รอบแบ่งกลุ่ม): อังกฤษ ชนะ ฝรั่งเศส 3-1ฟุตบอลโลก 2022 (รอบ 8 ทีมสุดท้าย): ฝรั่งเศส ชนะ อังกฤษ 2-1 (เกมที่แฮร์รี่ เคน ยิงจุดโทษพลาดในช่วงท้ายเกม ส่งผลให้ฝรั่งเศสทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ)การพบกันใน ฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงอันดับที่ 3 ครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสล้างตาครั้งสำคัญของทีมชาติอังกฤษ และเป็นโอกาสทองของ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจารึกประวัติศาสตร์คว้าดาวซัลโวฟุตบอลโลกสองสมัยติดต่อกัน หลังจากที่เขาเคยทำได้มาแล้วในฟุตบอลโลกปี 2022 ที่กาตาร์ด้วยผลงาน 8 ประตูเช่นเดียวกัน 0 0 votesArticle Rating แนะแนวเรื่องสเปนโล่งอกทั้งแผ่นดิน! ลามีน ยามาล สลัดเดี้ยงกลับมาซ้อมปกติ พร้อมบู๊อาร์เจนตินา นัดชิงฟุตบอลโลก 2026 รอดแบนนัดชิง! ฟีฟ่า ชะลอลงโทษทัพ “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนติน่า ปมชูป้ายพิพาท “ฟอล์คแลนด์” ดับฝันอังกฤษ