ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ประกาศคว้าตัว ยาน-พอล ฟาน เฮ็คเค่ กองหลังไบรท์ตัน 52 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญาระยะยาว ดึงหวนร่วมงานกุนซือเก่า โรแบร์โต้ เด แซร์บีท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ประกาศคว้าตัว ยาน-พอล ฟาน เฮ็คเค่ กองหลังไบรท์ตัน 52 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญาระยะยาว ดึงหวนร่วมงานกุนซือเก่า โรแบร์โต้ เด แซร์บี

ทัพ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ขยับตัวครั้งสำคัญในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้เรียบร้อยแล้ว หลังสโมสรออกแถลงการณ์ยืนยันการเซ็นสัญญาคว้าตัว ยาน-พอล ฟาน เฮ็คเค่ (Jan Paul van Hecke) ปราการหลังร่างแกร่งชาวดัตช์มาจาก “นกนางนวล” ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ ด้วยมูลค่าดีลสูงถึง 52 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,280 ล้านบาท)

เซนเตอร์แบ็กวัย 26 ปีรายนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เหลือสัญญากับไบรท์ตันเพียงแค่ปีเดียว ได้ตัดสินใจจรดปากกาเซ็นสัญญาร่วมทัพไก่เดือยทองภายใต้เงื่อนไขข้อตกลงที่สโมสรระบุว่าเป็นสัญญาระยะยาว (Long-term contract) นอกจากนี้ ในรายละเอียดของสัญญายังมีการพ่วงเงื่อนไขส่วนแบ่งค่าตัวจากการขายต่อในอนาคต (Sell-on clause) ให้กับทัพนกนางนวลอีกด้วย

“มันเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผมที่ได้กลายมาเป็นผู้เล่นของสเปอร์สครับ และเมื่อได้มีโอกาสเข้าร่วมสโมสรที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ มันบอกได้เลยว่าคือความฝันที่เป็นจริงของผมเลยทีเดียว” ฟาน เฮ็คเค่ เปิดใจหลังชูเสื้อเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ประกาศคว้าตัว ยาน-พอล ฟาน เฮ็คเค่ กองหลังไบรท์ตัน 52 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญาระยะยาว ดึงหวนร่วมงานกุนซือเก่า โรแบร์โต้ เด แซร์บี

ดัตช์คอนเน็กชั่น: ผนึกกำลังเพื่อนร่วมชาติ และหวนร่วมงานนายเก่า “เด แซร์บี”

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ฟาน เฮ็คเค่ ตัดสินใจย้ายมาค้าแข้งในถิ่นท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม คือการได้กลับมาร่วมงานกับเฮดโค้ชคู่ใจอย่าง โรแบร์โต้ เด แซร์บี อีกครั้ง ซึ่งทั้งคู่เคยร่วมงานและประสบความสำเร็จร่วมกันมาแล้วสมัยที่เด แซร์บี คุมบังเหียนอยู่ในถิ่นเอเม็กซ์ สเตเดี้ยม นับตั้งแต่ ฟาน เฮ็คเค่ ย้ายจาก เอ็นเอซี เบรด้า มาร่วมทีมไบรท์ตันเมื่อปี 2020

นอกจากนี้ การย้ายทีมครั้งนี้ยังทำให้เขาได้ร่วมงานกับเพื่อนสนิทในทีมชาติเนเธอร์แลนด์อย่าง มิกกี้ ฟาน เดอ เฟน ซึ่งเป็นคู่หูที่ลงเล่นเคียงข้างกันในเกมนัดเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026 ที่ทัพอัศวินสีส้มดวลกับญี่ปุ่น รวมถึงยอดเพลย์เมกเกอร์เพื่อนร่วมชาติอย่าง ซาฟี่ ซีมอนส์ ที่ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาด (ACL)

“ผมมีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมและยอดเยี่ยมมาก ๆ กับเฮดโค้ช (เด แซร์บี) อยู่แล้วครับ และผมตั้งตารอที่จะได้ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของเขาอีกครั้งอย่างใจจดใจจ่อ ขณะเดียวกัน มิกกี้ (ฟาน เดอ เฟน) ก็เล่าสิ่งดี ๆ เกี่ยวกับสโมสรแห่งนี้ให้ผมฟังเยอะมาก จนทำให้ผมรอแทบไม่ไหวแล้วที่จะได้เริ่มต้นฝึกซ้อมกับทีม” ฟาน เฮ็คเค่ กล่าวเสริม

Jan Paul van Hecke 3

เปิดสถิติและโปรไฟล์ของ ยาน-พอล ฟาน เฮ็คเค่

ก่อนจะก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของทัพไก่เดือยทอง ฟาน เฮ็คเค่ ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักแดนหลังที่ผลงานคงเส้นคงวาที่สุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก และนี่คือข้อมูลสถิติตัวเลขที่น่าสนใจของปราการหลังรายนี้:

รายละเอียดข้อมูลสถิติและโปรไฟล์ของ ยาน-พอล ฟาน เฮ็คเค่
ตำแหน่งหลักเซนเตอร์แบ็ก (Center-back)
ส่วนสูง1.89 เมตร
สถิติลงสนามให้ไบรท์ตัน131 นัด (รวมทุกรายการ)
ผลงานในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุดลงเล่นเป็นตัวจริงถึง 36 จาก 38 เกม (ภายใต้กุนซือ ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์)
ความสำเร็จกับไบรท์ตันล่าสุดพาทีมจบอันดับ 8 คว้าตั๋วไปลุยฟุตบอลถ้วยยุโรปเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสร

บิ๊กบอสและผู้อำนวยการซูฮก: แข้งสมองเพชรผู้มีคาแรคเตอร์โดดเด่น

ทางด้าน โยฮัน ลังเก้ ผู้อำนวยการกีฬาของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ได้เผยว่า สโมสรไม่ได้ตัดสินใจดึงตัวแนวรับรายนี้เข้ามาแบบปุบปับ แต่ได้เฝ้าติดตามฟอร์มและความยืดหยุ่นทางแท็กติกของฟาน เฮ็คเค่ มาเป็นเวลา “หลายปีแล้ว” จนกระทั่งสบโอกาสปิดดีลในที่สุด

ขณะที่กุนซือป้ายแดงอย่าง โรแบร์โต้ เด แซร์บี ก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความปิติยินดีที่ได้ลูกศิษย์คนโปรดกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งเพื่อสร้างโครงสร้างแนวรับยุคใหม่ของทีม

Jan Paul van Hecke 4

“ผมรู้จัก ยาน-พอล เป็นอย่างดีจากช่วงเวลาที่วิเศษร่วมกันในทีมไบรท์ตันครับ และผมดีใจมาก ๆ ที่จะได้กลับมาร่วมงานกับเขาอีกครั้งที่สเปอร์ส” เด แซร์บี กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“เขาเป็นเซนเตอร์แบ็กที่แข็งแกร่ง มีความฉลาดหลักแหลม มีความกล้าหาญในการครองบอลและเซ็ตบอลขึ้นมาจากแดนหลัง และที่สำคัญที่สุดคือเขาลงเล่นด้วยบุคลิก (Personality) ที่โดดเด่นสะกดสายตา คุณสมบัติอันยอดเยี่ยมเหล่านี้มันสำคัญและจำเป็นมากสำหรับสไตล์การทำทีมฟุตบอลในแบบที่ผมต้องการให้ทีมของเราเป็นนับจากนี้” กุนซือชาวอิตาเลียนทิ้งท้ายอย่างมั่นใจ

การคว้าตัว ยาน-พอล ฟาน เฮ็คเค่ เข้ามาเสริมทีมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มมิติความแข็งแกร่งและสปีดบอลในแผงหลังของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนไปยังคู่แข่งร่วมลีกว่า สเปอร์สในยุคของเด แซร์บี พร้อมแล้วที่จะยกระดับเกมรับให้แข็งแกร่งและน่ากลัวขึ้นอย่างเต็มตัวในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้!