มูรินโญ่ เรอัล มาดริด ยกเครดิตนักเตะหลังบุกชนะบาร์เซโลน่าที่คัมป์ นูโชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมเรอัล มาดริด หลังทีมบุกไปชนะบาร์เซโลน่า 2-1 ถึงคัมป์ นู โดยเขายกเครดิตให้นักเตะและบอกว่าทีมต้องการแชมป์ลา ลีกา

มูรินโญ่ เรอัล มาดริด คือหัวข้อที่แฟนบอลทั่วโลกพูดถึงหลังจบเกมเอล กลาซิโก้ เมื่อ โชเซ่ มูรินโญ่ พาทีมบุกไปเอาชนะ บาร์เซโลน่า 2-1 ถึงถิ่นคัมป์ นู แล้วออกมายกเครดิตทั้งหมดให้นักเตะ พร้อมประกาศชัดว่า “ราชันชุดขาว” ไม่ได้มาเล่นเพื่อชนะเกมเดียว แต่ต้องการคว้าแชมป์ ลา ลีกา ในฤดูกาลนี้

ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่สามแต้มธรรมดา คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ (Kylian Mbappé) ยิงคนเดียว 2 ประตู ทำให้เรอัล มาดริด ขยับจี้บาร์เซโลน่าเหลือเพียง 3 คะแนน และทำให้สถิติไร้พ่ายในประเทศ 9 นัดติดของแชมป์เก่าต้องจบลง ขณะเดียวกันมูรินโญ่ก็เขียนสถิติใหม่ในเอล กลาซิโก้ ด้วยการไม่แพ้คู่ปรับตลอดกาลถึง 6 นัดติดต่อกัน บทความนี้รวบรวมคำพูดและตัวเลขสำคัญจากเกมนี้ไว้ให้อ่านครบๆ ตั้งแต่ผลการแข่งขัน สถิติของมูรินโญ่ ไปจนถึงแนวคิดเรื่องแดนกลางที่เขาอธิบายหลังเกม

มูรินโญ่ เรอัล มาดริด: ชัยชนะที่คัมป์ นูที่เปลี่ยนโฉมลา ลีกา
มูรินโญ่ เรอัล มาดริด: ชัยชนะที่คัมป์ นูที่เปลี่ยนโฉมลา ลีกา

มูรินโญ่ เรอัล มาดริด: ชัยชนะที่คัมป์ นูที่เปลี่ยนโฉมลา ลีกา

เกมนี้เป็นการบุกไปเยือนถิ่นของบาร์เซโลน่า ทีมที่กำลังนำอยู่ในตาราง และมีสถิติไร้พ่ายในประเทศ 9 นัดติดต่อกัน แต่เรอัล มาดริด กลับไปคว้า “3 แต้มทองคำ” ได้สำเร็จ ด้วยสกอร์ 2-1 ผลที่ออกมาทำให้ภาพของการแย่งแชมป์เปลี่ยนไปทันที

เอ็มบั๊ปเป้ยิง 2 ประตู พาทีมบุกชนะ

ฮีโร่ของเกมนี้คือ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่ทำคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้เรอัล มาดริด เอาชนะบาร์เซโลน่าถึงบ้าน สำหรับมูรินโญ่แล้ว สองประตูนี้มีความหมายมากกว่าผลของเกม เพราะเป็นสิ่งที่หยุดสถิติไร้พ่ายในประเทศ 9 นัดติดต่อกันของบาร์เซโลน่าลงได้

ขยับจี้เหลือ 3 คะแนน

ผลการแข่งขันทำให้เรอัล มาดริด ตามหลังบาร์เซโลน่าเพียง 3 คะแนน ซึ่งต่างจากสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นหากทีมแพ้ เพราะบาร์เซโลน่าจะทิ้งห่างถึง 9 คะแนน ความต่างของผลเกมเดียวจึงเปลี่ยนภาพการลุ้นแชมป์จากเกือบจะหมดหวัง ให้กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง

ผลเกมเดียวที่เปลี่ยนภาพทั้งลีก

ตัวเลข 9 คะแนนกับ 3 คะแนนฟังดูห่างกันเพียงไม่กี่ตัว แต่ในฤดูกาลลีกที่ยาวนาน ช่องว่างระดับนี้ส่งผลต่อแรงกดดันของทั้งสองทีมต่างกันอย่างมาก ทีมที่นำจะต้องกลัวการพลาด ส่วนทีมที่ตามจะมีพลังใจเต็มที่ และนี่คือสิ่งที่มูรินโญ่ได้จากการมาเยือนคัมป์ นู ในครั้งนี้

สถิติของมูรินโญ่ในเอล กลาซิโก้: ไม่แพ้ 6 นัดติด
สถิติของมูรินโญ่ในเอล กลาซิโก้: ไม่แพ้ 6 นัดติด

สถิติของมูรินโญ่ในเอล กลาซิโก้: ไม่แพ้ 6 นัดติด

อีกด้านที่น่าสนใจของข่าวนี้คือตัวเลขของโค้ชชาวโปรตุเกสเอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นตัวละครสำคัญของเกมนี้มาตลอดหลายปี

ผู้จัดการทีมคนที่ 3 ที่ไม่แพ้ 6 นัดติด

มูรินโญ่กลายเป็นผู้จัดการทีมเรอัล มาดริด คนที่ 3 ที่ไม่แพ้ใครในเอล กลาซิโก้ 6 นัดติดต่อกัน เมื่อนับรวมกับช่วง 13 ปีที่แล้ว ที่เขาคุม “ราชันชุดขาว” ในยุคแรก ผลงานของเขาใน 6 นัดหลังสุดที่คุมเรอัล มาดริด พบบาร์เซโลน่า คือชนะ 4 เสมอ 2

เทียบชั้นมูนญอซและเดล บอสเก้

ผลงานนี้ทำให้มูรินโญ่ขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับ มิเกล มูนญอซ ที่ทำได้ในช่วงปี 1962 ถึง 1965 และ บีเซนเต้ เดล บอสเก้ ที่ทำได้ในช่วงปี 2001 ถึง 2003 ในฐานะผู้จัดการทีมเรอัล มาดริด ที่ไม่แพ้คู่ปรับตลอดกาลถึง 6 นัดติด การถูกเอ่ยชื่อเคียงข้างสองตำนานนี้ถือเป็นเกียรติที่ไม่น้อย

ชัยชนะนัดที่ 2 จาก 8 นัดหลังสุด

อีกตัวเลขหนึ่งที่ช่วยให้เห็นความสำคัญของเกมนี้ คือมันเป็นชัยชนะเพียงนัดที่ 2 จาก 8 นัดหลังสุดที่เรอัล มาดริด พบบาร์เซโลน่า การกลับมาของมูรินโญ่ในเกมนี้จึงสร้างความหวาดหวั่นให้กับแชมป์เก่าอย่างชัดเจน เพราะไม่ใช่แค่เรื่องผล แต่เป็นการเปลี่ยนโมเมนตัมของคู่ปรับ

ผลงานรวมของมูรินโญ่ในเอล กลาซิโก้

โค้ชชาวโปรตุเกสกลับมาคุมเรอัล มาดริด อีกครั้งในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังหายไป 13 ปี เมื่อนับผลงานทั้งหมดของเขาในศึกเอล กลาซิโก้ จะได้ชนะ 6 แพ้ 6 ตัวเลขที่สมดุลนี้บอกให้เห็นว่าเกมคู่นี้ไม่เคยง่ายสำหรับเขา และชัยชนะที่คัมป์ นู ก็ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น

"เล่นเพื่อคว้าแชมป์ลา ลีกา": คำพูดที่ทรงพลังของมูรินโญ่
“เล่นเพื่อคว้าแชมป์ลา ลีกา”: คำพูดที่ทรงพลังของมูรินโญ่

“เล่นเพื่อคว้าแชมป์ลา ลีกา”: คำพูดที่ทรงพลังของมูรินโญ่

หลังเกม มูรินโญ่ไม่ได้พูดถึงแค่ความดีใจ แต่เลือกใช้คำที่สะท้อนเป้าหมายของทีมในระยะยาวอย่างชัดเจน

ไม่ได้มาเพื่อชนะที่คัมป์ นู แต่มาเพื่อแชมป์

เขากล่าวว่าในความคิดของเขา เรอัล มาดริด ไม่ได้เล่นเพื่อเอาชนะที่คัมป์ นู แต่เล่นเพื่อคว้าแชมป์ลา ลีกา ประโยคนี้บอกถึงมุมมองของโค้ชที่ไม่ได้มองเกมเดียวเป็นเป้าหมายสุดท้าย แต่มองเกมนี้เป็นขั้นหนึ่งของการแย่งแชมป์ทั้งฤดูกาล

เป้าหมายที่ประกาศชัดเจน

การที่มูรินโญ่พูดถึงแชมป์ลา ลีกา ตรงๆ หลังขยับตามห่างแค่ 3 คะแนน เป็นการส่งสัญญาณทั้งถึงนักเตะ แฟนบอล และคู่แข่ง ว่าทีมเข้าสู่การแย่งแชมป์อย่างจริงจัง ไม่ได้พอใจกับการได้ผลดีในเกมใหญ่เพียงอย่างเดียว

ชนะด้วยโชคหรือด้วยความสามารถ

เขาพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “เราอาจชนะด้วยโชค” แต่ย้ำว่าทีมชนะด้วยความเยือกเย็นและด้วยความสามารถที่แท้จริง การยอมรับว่าโชคอาจมีส่วนอยู่บ้าง ทำให้คำพูดของเขาน่าเชื่อถือขึ้น เพราะไม่ใช่การอวดชัยชนะเกินจริง

เครดิตเป็นของนักเตะ ความผิดเป็นของโค้ช
เครดิตเป็นของนักเตะ ความผิดเป็นของโค้ช

เครดิตเป็นของนักเตะ ความผิดเป็นของโค้ช

ส่วนที่คนพูดถึงมากที่สุดของบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ คือมุมมองของมูรินโญ่ต่อบทบาทของโค้ชกับนักเตะ

คำพูดเรื่องเครดิตและความผิด

เขากล่าวว่าเครดิตทั้งหมดเป็นของนักเตะ เมื่อชนะ เครดิตเป็นของนักเตะ แต่เมื่อแพ้ ความผิดก็ตกอยู่ที่โค้ช และนั่นคือเหตุผลที่เห็นโค้ชถูกไล่ออกจากตำแหน่งทุกสัปดาห์ ประโยคนี้สะท้อนความจริงของวงการฟุตบอลที่โค้ชต้องแบกรับความรับผิดชอบเมื่อผลงานไม่ดี

ทำไมมุมมองนี้ถึงน่าสนใจ

สำหรับโค้ชที่มีประสบการณ์ยาวนานและผ่านทั้งความสำเร็จและช่วงเวลาที่ยากลำบาก การพูดแบบนี้ไม่ใช่เพียงการถ่อมตัว แต่เป็นการบอกกับนักเตะว่าเขาเห็นคุณค่าของความทุ่มเทของพวกเขา ซึ่งมักช่วยสร้างความผูกพันระหว่างโค้ชกับห้องแต่งตัว

ผลต่อบรรยากาศในทีม

เมื่อโค้ชยกความดีให้นักเตะต่อหน้าสาธารณชน นักเตะมักรู้สึกว่าความพยายามของตนถูกมองเห็น และมีแนวโน้มจะทุ่มเทมากขึ้นในเกมต่อไป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของทีมที่ต้องแย่งแชมป์ตลอดทั้งฤดูกาล

แดนกลางที่หลากหลายและสมดุลของเรอัล มาดริด
แดนกลางที่หลากหลายและสมดุลของเรอัล มาดริด

แดนกลางที่หลากหลายและสมดุลของเรอัล มาดริด

นอกจากเรื่องทัศนคติ มูรินโญ่ยังอธิบายเรื่องแท็คติกในแดนกลางไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขามองว่าให้ความได้เปรียบแก่ทีม

ผู้เล่นที่มีความสามารถหลากหลาย

เขาบอกว่าการมีผู้เล่นในแดนกลางที่มีความสามารถหลากหลาย ทำให้ทีมได้เปรียบมากกว่าการมีผู้เล่น 2 คนที่มีลักษณะคล้ายกัน แนวคิดนี้หมายความว่าแต่ละคนในแดนกลางมีหน้าที่ต่างกัน ไม่ซ้ำซ้อนกัน จึงช่วยเติมเต็มจุดอ่อนของกันและกันในสนาม

สมดุลระหว่างการป้องกันและการโจมตี

มูรินโญ่อธิบายว่าการผสมผสานความสามารถนี้ทำให้ทีมมีความสมดุลในการป้องกัน และมีคุณภาพในการโจมตี สองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ทีมใหญ่ต้องการในเกมหนักๆ เพราะต้องรับมือกับคู่แข่งที่ครองบอลเก่ง ขณะเดียวกันก็ต้องมีอาวุธพอที่จะทำประตูเมื่อได้โอกาส

เหตุผลที่แนวคิดนี้ใช้ได้ผลกับเกมนี้

เมื่อเจอกับทีมอย่างบาร์เซโลน่า ซึ่งมีคุณภาพสูงและเล่นเกมรุกได้ดี การมีแดนกลางที่ทั้งแข็งแรงเมื่อไม่มีบอลและมีความคิดสร้างสรรค์เมื่อได้บอลย่อมสำคัญมาก ตามที่มูรินโญ่อธิบาย คือสิ่งที่ช่วยให้ทีมคุมสมดุลของเกมได้ และเปิดทางให้เอ็มบั๊ปเป้ทำหน้าที่ในแนวรุกได้เต็มที่

กลุ่มนักเตะที่ยอดเยี่ยมในสายตามูรินโญ่

เขาพูดถึงนักเตะของตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความพอใจ และเล่าว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้ตั้งแต่กลับมาคุมทีมคืออะไร

คุณภาพและทัศนคติที่พร้อมเล่น

มูรินโญ่กล่าวว่าเขาได้เรียนรู้ว่ามีกลุ่มนักเตะที่ยอดเยี่ยม มีคุณภาพ และมีทัศนคติที่พร้อมจะเล่น นี่เป็นคำชมที่ครอบคลุมทั้งฝีมือและจิตใจ ซึ่งเป็นสองสิ่งที่โค้ชทุกคนต้องการจากทีม โดยเฉพาะในเกมที่ต้องเจอแรงกดดันสูงอย่างเอล กลาซิโก้ ที่ถิ่นของคู่แข่ง

ทุกคนทำงานหนักและพร้อมชนะ

เขายังบอกว่านี่เป็นกลุ่มนักเตะที่แข็งแกร่งมาก ทุกคนทำงานหนัก และทุกคนพร้อมที่จะชนะ คำพูดนี้ไม่ได้ชี้เฉพาะดาวเด่นอย่างเอ็มบั๊ปเป้ แต่รวมถึงทั้งทีม สะท้อนว่ามูรินโญ่มองชัยชนะครั้งนี้เป็นผลงานของทั้งกลุ่ม ไม่ใช่ของนักเตะคนใดคนหนึ่ง

ความหมายของคำว่า “ทัศนคติ”

ในมุมของโค้ชที่เน้นระเบียบวินัย คำว่าทัศนคติมักหมายถึงความพร้อมที่จะวิ่ง สู้ และทำงานให้ทีม ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญไม่แพ้ความสามารถเฉพาะตัว และเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดในเกมที่ทีมต้องเล่นนอกบ้านภายใต้แรงกดดันสูง

อย่าเหลิงกับชัยชนะ: สารที่มูรินโญ่ส่งถึงทีม

แม้จะเพิ่งชนะเกมใหญ่ แต่มูรินโญ่ก็ไม่ได้ปล่อยให้ความดีใจเกินขอบเขต เขาใช้ช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์เตือนทีมอย่างตรงไปตรงมา

ชนะบาร์เซโลน่าไม่เหมือนชนะทีมอื่น

เขากล่าวว่าทีมเคยเอาชนะหลายทีมด้วยสกอร์ 4 ประตูขึ้นไป แต่ทีมนี้คือบาร์เซโลน่า และผู้เล่นทุกคนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คำพูดนี้ยกระดับความสำคัญของชัยชนะ เพราะเป็นการเทียบว่าการชนะ 2-1 ในเกมนี้มีค่ามากกว่าชัยชนะขาดลอยเหนือทีมอื่น

รักษาฟอร์มและไม่เหลิง

สิ่งที่เขาเน้นคือทีมต้องรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไป และอย่าเหลิงกับชัยชนะครั้งนี้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเมื่อทีมขยับขึ้นมาใกล้ผู้นำ การสะดุดในเกมถัดไปอาจทำให้โอกาสแย่งแชมป์หลุดมือได้ง่ายๆ

บทเรียนจากการจัดการอารมณ์หลังชนะ

โค้ชที่มีประสบการณ์รู้ดีว่าช่วงหลังชนะเกมใหญ่ คือช่วงที่ทีมเสี่ยงต่อการหย่อนยานมากที่สุด การเตือนล่วงหน้าของมูรินโญ่จึงเป็นการป้องกันที่ชาญฉลาด และสอดคล้องกับภาพของโค้ชที่มองเป้าหมายระยะยาวมากกว่าความสำเร็จเฉพาะหน้า

การกลับมาของมูรินโญ่ที่ทำให้แชมป์เก่าหวาดหวั่น
การกลับมาของมูรินโญ่ที่ทำให้แชมป์เก่าหวาดหวั่น

การกลับมาของมูรินโญ่ที่ทำให้แชมป์เก่าหวาดหวั่น

ข่าวนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของผลการแข่งขัน แต่ยังสะท้อนว่ามูรินโญ่ตั้งตัวเป็นปัจจัยสำคัญของการแย่งแชมป์ฤดูกาลนี้

กลับมาหลังหายไป 13 ปี

มูรินโญ่กลับมาคุมเรอัล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังหายไป 13 ปี และผลงานของเขาในเอล กลาซิโก้ ก็ยังน่าประทับใจ ทั้งสถิติ 6 นัดไม่แพ้และชัยชนะที่คัมป์ นู ทำให้ผู้สังเกตการณ์มองว่าโค้ชคนนี้ยังคงมีอิทธิพลต่อทีมใหญ่ในเกมที่ตัดสินที่สำคัญ

ผลต่อสถานะของบาร์เซโลน่า

สำหรับบาร์เซโลน่า การแพ้เกมนี้หมายถึงการเสียสถิติไร้พ่ายในประเทศ 9 นัด และเสียช่องว่างในตารางที่เคยสบายใจ จากที่อาจนำห่าง 9 คะแนน กลายเป็นนำแค่ 3 คะแนน ความหวาดหวั่นที่รายงานข่าวพูดถึงจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

ใครได้เปรียบในการแย่งแชมป์

เมื่อช่องว่างเหลือเพียง 3 คะแนน และทั้งสองทีมยังต้องเจอกับเกมอื่นอีกมาก ไม่มีใครได้เปรียบอย่างชัดเจน ทีมที่รักษาความสม่ำเสมอได้ดีกว่าจะเป็นผู้ที่ได้เปรียบในช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งตรงกับสิ่งที่มูรินโญ่เตือนทีมของตัวเอง

สิ่งที่แฟนบอลเรอัล มาดริด และบาร์เซโลน่าควรติดตามต่อ
สิ่งที่แฟนบอลเรอัล มาดริด และบาร์เซโลน่าควรติดตามต่อ

สิ่งที่แฟนบอลเรอัล มาดริด และบาร์เซโลน่าควรติดตามต่อ

หลังจบเกมเอล กลาซิโก้ ยังมีหลายเรื่องที่น่าจับตามองสำหรับแฟนบอลทั้งสองฝั่ง

ในมุมของแฟนเรอัล มาดริด

แฟนชุดขาวควรดูว่าทีมจะรักษาความเยือกเย็นและฟอร์มแบบนี้ได้ต่อเนื่องหรือไม่ ตามที่มูรินโญ่ย้ำว่าต้องไม่เหลิง และการที่เอ็มบั๊ปเป้ทำผลงานได้โดดเด่นถือเป็นสัญญาณดีสำหรับการแย่งแชมป์ต่อจากนี้

ในมุมของแฟนบาร์เซโลน่า

แฟนทีมคาตาลันต้องดูว่าทีมจะตอบสนองต่อความพ่ายแพ้อย่างไร เพราะนำเพียง 3 คะแนน ไม่มีที่ให้พลาดอีกมาก การกลับมาเก็บชัยชนะในเกมถัดไปจึงสำคัญมากต่อกำลังใจและการรักษาตำแหน่งผู้นำ

จุดที่ต้องจับตา

ติดตามผลงานของทั้งสองทีมในเกมลีกนัดถัดไป เพราะเป็นตัวบอกว่าเกมเอล กลาซิโก้ นัดนี้เป็นจุดเปลี่ยนจริงหรือเป็นเพียงผลเฉพาะหน้า และต้องดูว่าแดนกลางที่มูรินโญ่พูดถึงจะยังสร้างความสมดุลได้ต่อเนื่องหรือไม่

ข้อควรจำเกี่ยวกับตัวเลขในข่าว

บทความนี้ใช้ตัวเลขตามรายงานข่าวต้นทางทั้งหมด ทั้งสถิติ 6 นัดไม่แพ้ ผลชนะ 4 เสมอ 2 ที่เป็นผลงานช่วงหลังสุด และผลชนะ 6 แพ้ 6 ที่เป็นผลงานรวมตลอดการคุมทีมของมูรินโญ่ในเอล กลาซิโก้ ซึ่งนับรวมทั้งสองช่วงเวลา แฟนบอลควรอ่านให้เห็นว่าตัวเลขแต่ละชุดมาจากช่วงเวลาที่ต่างกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมูรินโญ่และเรอัล มาดริด

เรอัล มาดริด ชนะบาร์เซโลน่าสกอร์เท่าไร

เรอัล มาดริด บุกไปเอาชนะบาร์เซโลน่า 2-1 ถึงถิ่นคัมป์ นู โดยคีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ทำคนเดียว 2 ประตู

ผลการแข่งขันนี้ทำให้ตารางลา ลีกาเปลี่ยนไปอย่างไร

เรอัล มาดริด ขยับจี้บาร์เซโลน่าเหลือเพียง 3 คะแนน หากแพ้ บาร์เซโลน่าจะนำห่างถึง 9 คะแนน

มูรินโญ่ทำสถิติอะไรในเอล กลาซิโก้

เขากลายเป็นผู้จัดการทีมเรอัล มาดริด คนที่ 3 ที่ไม่แพ้ใครในเอล กลาซิโก้ 6 นัดติดต่อกัน เมื่อนับรวมช่วงที่เขาคุมทีมเมื่อ 13 ปีที่แล้ว โดยเทียบเท่ามิเกล มูนญอซ และบีเซนเต้ เดล บอสเก้

มูรินโญ่พูดอะไรหลังเกม

เขายกเครดิตให้นักเตะทั้งหมด บอกว่าทีมไม่ได้เล่นเพื่อชนะที่คัมป์ นู แต่เล่นเพื่อคว้าแชมป์ลา ลีกา และเตือนทีมไม่ให้เหลิงกับชัยชนะนี้

มูรินโญ่มองแดนกลางของเรอัล มาดริด อย่างไร

เขาบอกว่าการมีผู้เล่นที่มีความสามารถหลากหลายในแดนกลาง ได้เปรียบกว่าการมีผู้เล่น 2 คนที่มีลักษณะคล้ายกัน เพราะช่วยให้ทีมสมดุลทั้งการป้องกันและการโจมตี

ผลงานรวมของมูรินโญ่ในเอล กลาซิโก้ เป็นอย่างไร

ตามรายงาน เขาคุมชนะ 6 แพ้ 6 ในศึกเอล กลาซิโก้ ส่วน 6 นัดหลังสุดที่คุมเรอัล มาดริด ชนะ 4 เสมอ 2

สรุป

มูรินโญ่ เรอัล มาดริด คือข่าวที่ต้องติดตามต่อ เพราะกุนซือชาวโปรตุเกสพาทีมบุกชนะบาร์เซโลน่า 2-1 ถึงคัมป์ นู ด้วย 2 ประตูของเอ็มบั๊ปเป้ ทำให้ทีมขยับจี้เหลือ 3 คะแนน และทำให้สถิติไร้พ่ายในประเทศ 9 นัดของแชมป์เก่าต้องจบลง พร้อมกับสถิติไม่แพ้เอล กลาซิโก้ 6 นัดติด ที่ทำให้เขาเทียบชั้นมูนญอซและเดล บอสเก้

สิ่งที่มูรินโญ่ย้ำหลังเกมชัดเจนคือ เครดิตเป็นของนักเตะ ทีมเล่นเพื่อแชมป์ลา ลีกา ไม่ใช่เพื่อชนะเกมเดียว และต้องไม่เหลิงกับผลที่ได้ จากนี้แฟนบอลทั้งสองฝั่งต้องรอดูว่าเรอัล มาดริด จะรักษาฟอร์มและความสมดุลที่ได้ไว้ได้นานแค่ไหน และบาร์เซโลน่าจะตอบสนองต่อความพ่ายแพ้ครั้งนี้อย่างไรในการแย่งแชมป์ที่เหลือเพียง 3 คะแนน

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x