เอลเลียต แอนเดอร์สัน มิดฟิลด์ฟอร์มแรงของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ตกเป็นเป้าหมายแย่งชิงตัวระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนฯ ซิตี้เอลเลียต แอนเดอร์สัน มิดฟิลด์ฟอร์มแรงของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ตกเป็นเป้าหมายแย่งชิงตัวระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนฯ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) แสดงความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ในศึกดาร์บี้แมตช์นอกสนาม เพื่อคว้าตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน (Elliot Anderson) มิดฟิลด์ฟอร์มแรงของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ มาร่วมทัพให้ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้

ตามการรายงานจาก เดอะ ไทม์ส (The Times) สื่อชั้นนำของเกาะอังกฤษ ระบุว่า บอร์ดบริหารของทัพ “ปีศาจแดง” ยังคงแสดงความมุ่งมั่นอย่างจริงจัง ในการเซ็นสัญญากับกองกลางวัย 23 ปีรายนี้ และพวกเขายังมองโลกในแง่ดีว่าจะสามารถปาดหน้าทีม “เรือใบสีฟ้า” แชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก ในการแย่งชิงลายเซ็นนักเตะมาร่วมทีมได้สำเร็จ

เอลเลียต แอนเดอร์สัน มิดฟิลด์ฟอร์มแรงของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ตกเป็นเป้าหมายแย่งชิงตัวระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนฯ ซิตี้

อุปสรรคชิ้นโต ค่าตัวทะลุ 100 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตาม ดีลการย้ายทีมครั้งนี้อาจไม่ง่ายอย่างที่คิดและต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก เนื่องจากดาวเตะเนื้อหอมดีกรีทีมชาติอังกฤษรายนี้ ถูกทางทัพ “เจ้าป่า” น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ประเมินค่าตัวเอาไว้สูงลิบลิ่วถึงประมาณ 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,600 ล้านบาท) เลยทีเดียว

เอลเลียต แอนเดอร์สัน มิดฟิลด์ฟอร์มแรงของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ตกเป็นเป้าหมายแย่งชิงตัวระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนฯ ซิตี้

ในฤดูกาล 2025-26 ที่เพิ่งปิดฉากลงไป แม้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ จะทำผลงานในลีกได้ไม่ค่อยดีนักจนต้องดิ้นรนลุ้นหนีตกชั้น แต่ทว่าผลงานส่วนตัวของ แอนเดอร์สัน กลับโดดเด่นและยอดเยี่ยม สวนทางกับฟอร์มของทีมอย่างชัดเจน

เวทีแจ้งเกิด ‘ฟุตบอลโลก 2026

ด้วยฟอร์มอันร้อนแรง ทำให้ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ก้าวไปติด ทีมชาติอังกฤษ ชุดใหญ่ในยุคของกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล (Thomas Tuchel) ได้สำเร็จ และที่สำคัญที่สุด เขาคือหนึ่งใน 26 ขุนพลทัพ “สิงโตคำราม” ชุดลุยศึก ฟุตบอลโลก 2026 (World Cup 2026) ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังจะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

เอลเลียต แอนเดอร์สัน มิดฟิลด์ฟอร์มแรงของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ตกเป็นเป้าหมายแย่งชิงตัวระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนฯ ซิตี้

คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่า ศึกแย่งชิงตัวระหว่างสองทีมเมืองแมนเชสเตอร์จะจบลงอย่างไร และ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของ ไมเคิ่ล คาร์ริค จะสามารถปิดบิ๊กดีลนี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลางได้ตามที่หวังไว้หรือไม่