คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดนจวกยับหลังปืนฝืดเกมเจ๊าคองโก 1-1 เธียร์รี่ อองรี ชี้เห็นแก่ตัวแย่ง บรูโน่ ยิง ซัตตันซัด มาร์ตีเนซ ไม่กล้าเปลี่ยนตัวออกคริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดนจวกยับหลังปืนฝืดเกมเจ๊าคองโก 1-1 เธียร์รี่ อองรี ชี้เห็นแก่ตัวแย่ง บรูโน่ ยิง ซัตตันซัด มาร์ตีเนซ ไม่กล้าเปลี่ยนตัวออก

ค่ำคืนวันอังคารในศึกฟุตบอลโลก 2026 คือเวทีปล่อยของของเหล่าซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่างแท้จริง เริ่มจาก คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ซัด 2 ประตูใส่เซเนกัล ผงาดขึ้นแท่นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติฝรั่งเศส ตามมาด้วย เออร์ลิง ฮาแลนด์ ที่ประเดิมสนามฟุตบอลโลกหนแรกด้วยการซัดเบิ้ลพาประเทศนอร์เวย์กำชัยเหนืออิรัก และที่เหนือไปกว่านั้นคือ ลิโอเนล เมสซี่ ที่กดแฮตทริกพาอาร์เจนตินาถล่มแอลจีเรีย ทะยานขึ้นแท่นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเทียบเท่า มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานเยอรมนี

ทว่าในวันพุธถัดมา เมื่อสปอตไลท์ส่องมาที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพื่อให้เขาจารึกประวัติศาสตร์ในแบบเดียวกัน แต่กัปตันทีมวัย 41 ปีของ ทีมชาติโปรตุเกส กลับไม่สามารถเดินรอยตามเพื่อนพ้องซูเปอร์สตาร์เหล่านั้นได้ หลังโชว์ฟอร์มฝืดสนิทในเกมที่ทัพฝอยทองทำได้เพียงเสมอกับ ดีอาร์ คองโก ไปแบบน่าผิดหวัง 1-1

ตารางเปรียบเทียบผลงานซูเปอร์สตาร์ในศึกฟุตบอลโลก 2026 สัปดาห์นี้

นักเตะทีมชาติผลการแข่งขันผลงานส่วนตัวในนัดล่าสุดสถิติสำคัญที่เกิดขึ้น
ลิโอเนล เมสซี่อาร์เจนตินาชนะ แอลจีเรีย3 ประตู (Hat-trick)ขึ้นแท่นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลฟุตบอลโลกร่วมกับ โคลเซ่
คิลิยัน เอ็มบัปเป้ฝรั่งเศสชนะ เซเนกัล2 ประตูผงาดขึ้นแท่นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลทีมชาติฝรั่งเศส
เออร์ลิง ฮาแลนด์นอร์เวย์ชนะ อิรัก2 ประตูประเดิมยิงประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายหนแรกในชีวิต
คริสเตียโน่ โรนัลโด้โปรตุเกสเสมอ ดีอาร์ คองโก0 ประตูสัมผัสบอลน้อยที่สุด (25 ครั้ง), ปืนฝืดในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ 10 เกมติด
ronaldo 1 1

อองรีชี้โรนัลโด้เห็นแก่ตัว: “ทีมต้องการประตู ไม่ใช่ตัวคุณ”

ในช่วงท้ายเกมที่บีบคั้น โรนัลโด้แสดงความกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัดในการพยายามปลดล็อกพังประตูแรกเพื่อสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะคนแรกที่ทำประตูในฟุตบอลโลก 6 สมัย และนั่นนำไปสู่จังหวะดราม่าเมื่อเขาดันวิ่งไปบังทางบอลในจังหวะคัตแบ็กที่ตั้งใจจะส่งให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งยืนอยู่ในตำแหน่งที่โล่งและมีมุมยิงประตูที่ดีกว่ามากใกล้จุดโทษ

เธียร์รี่ อองรี อดีตดาวยิงระดับตำนานทีมชาติฝรั่งเศส ได้วิเคราะห์ผ่านทางช่อง Fox Sports อย่างเผ็ดร้อนว่าโรนัลโด้กำลังเล่นเห็นแก่ตัวและทำลายโอกาสทองของทีม

“ถ้าเขา (โรนัลโด้) วิ่งเข้าหาประตูในกรอบ 6 หลาตามปกติ ตัวประกบก็ต้องวิ่งตามเขาไป และนั่นจะเป็นลูกส้มหล่นให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แปเข้าไปง่าย ๆ” อองรีกล่าววิจารณ์ตรง ๆ

“แต่เป็นเพราะเขาต้องการเป็นคนยิงประตูเอง เขาจึงวิ่งเข้าไปขวางทางบอลจังหวะนั้น นั่นแหละคือสิ่งที่ผมคิด… ทีมต้องการประตูเพื่อชัยชนะ ไม่ใช่ตัวคุณที่ต้องเป็นคนยิง”

ronaldo 3 1

ซัตตันสับแหลก! มาร์ตีเนซ “ปอดแหก” ไม่กล้าดร็อปโรนัลโด้

แม้โรนัลโด้จะสร้างสถิติเป็นผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ (ผู้เล่นที่ไม่ใช่ผู้รักษาประตู) ที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ได้ออกสตาร์ตตัวจริงด้วยวัย 41 ปี กับอีก 132 วัน ทว่าเขากลับได้อยู่ในสนามจนครบ 90 นาที ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ คริส ซัตตัน อดีตกองหน้าพรีเมียร์ลีกวิจารณ์การตัดสินใจของ โรเบร์โต้ มาร์ตีเนซ ผ่านสถานีวิทยุ BBC Radio 5 Live อย่างหนักหน่วงยามที่ส่ง กอนซาโล่ รามอส ลงมาแทน วิตินญ่า ในนาทีที่ 83 แต่ยังดื้อดึงเก็บโรนัลโด้ไว้

“นั่นเป็นเรื่องที่น่าอายมากจาก มาร์ตีเนซ มันอาจจะฟลุ๊คได้ผลก็ได้นะ แต่นี่เรากำลังดูเกมเดียวกันอยู่หรือเปล่า?” ซัตตันกล่าวอย่างดุเดือด “เขากลัวที่จะถอดโรนัลโด้ออก มาร์ตีเนซไม่ใช่ผู้จัดการทีมตัวจริงในสนามด้วยซ้ำ โรนัลโด้อาจจะยิงประตูชัยได้ในท้ายที่สุด แต่ความจริงคือเกมวันนี้มันผ่านเขาไปนานแล้ว”

อิทธิพลที่น่ากลัวนอกเหนือแท็กติก: ความเป็นซุปตาร์สะกดเพื่อนร่วมทีม

แม้ว่าก่อนเกม เวย์น รูนีย์ อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษและเพื่อนร่วมทีมเก่าของโรนัลโด้ที่แมนยู จะออกมาพูดหยิกแกมหยอกว่า โรนัลโด้คงกำลัง “หัวเสียในทางที่ดี” ที่เห็นเมสซี่และเอ็มบัปเป้ยิงระเบิดในวันก่อน และความกระหายแบบนั้นจะช่วยผลักดันให้เขาลงไปพังประตูในคืนนี้ แต่ทว่าผลงานในสนามกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

โปรตุเกสได้ประตูออกนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 6 จากลูกโหม่งของ เจา เนเวส แต่หลังจากนั้น โยอัน วิสซ่า ก็โหม่งตีเสมอให้คองโกก่อนหมดครึ่งแรก แม้ทัพฝอยทองจะครองบอลสูงถึง 75% แต่ตลอดทั้งเกมพวกเขาสร้างโอกาสยิงได้เพียง 7 ครั้ง และตรงกรอบแค่หนเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือจังหวะที่ได้ประตูนั่นเอง

ronaldo 2

ขณะเดียวกัน กาแอล กลิชี่ อดีตแบ็กซ้ายของอาร์เซน่อลและแมนฯ ซิตี้ ได้แสดงมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับผลกระทบเชิงจิตวิทยาที่เพื่อนร่วมทีมมีต่อโรนัลโด้ โดยเฉพาะในจังหวะที่ ฟรานซิสโก้ คอนไซเซ้า พยายามจ่ายบอลถวายพานให้โรนัลโด้แทนที่จะเลือกยิงเองในจุดที่มีลุ้นกว่า

“บางครั้งนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์แบบนี้ก็แย่งสปอตไลท์จากคนอื่นไปมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว” กลิชี่ เผยผ่าน BBC One

“ในจังหวะลุ้นประตูครั้งแรกนั้น ถ้าคนที่อยู่ตรงนั้นไม่ใช่โรนัลโด้ คอนไซเซ้าคงเลือกที่จะสับไกยิงเองไปแล้ว ผมเคยเจอประสบการณ์แบบนี้กับนักเตะบางคนสมัยอยู่ อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อคุณรู้สึกว่าผู้เล่นคนนั้นมีความสำคัญและยิ่งใหญ่มากเกินไป สมองของคุณจะสั่งการให้ส่งบอลไปให้เขาทำทุกอย่างโดยอัตโนมัติ ซึ่งมันทำให้เกมฟุตบอลขาดความเป็นธรรมชาติไปอย่างสิ้นเชิง”

นี่คือการบ้านข้อใหญ่ที่ โรเบร์โต้ มาร์ตีเนซ ต้องรีบกลับไปแก้ไขอย่างเร่งด่วน ว่าในเกมนัดถัด ๆ ไปของกลุ่ม เค เขาควรจะเลือกจัดการกับ บารมี และ สภาพร่างกายของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อย่างไร เพื่อรักษาสมดุลและทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับทีมชาติโปรตุเกสในการลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้!