ทุกคนต้องได้รับความรัก! จู๊ด เบลลิงแฮม ทีมชาติอังกฤษ ชี้แคมป์บอลโลกสามัคคีกว่ายุคยูโร 2024ทุกคนต้องได้รับความรัก! จู๊ด เบลลิงแฮม ทีมชาติอังกฤษ ชี้แคมป์บอลโลกสามัคคีกว่ายุคยูโร 2024

ศึกมหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง ฟุตบอลโลก 2026 ณ ทวีปอเมริกาเหนือ ได้เปิดฉากฟาดแข้งนัดแรกอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเจ้าภาพร่วมอย่าง เม็กซิโก สามารถประเดิมสนามด้วยการเอาชนะ แอฟริกาใต้ ไปได้ 2-0

ขณะที่ขุนพลทัพ “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ มีกำหนดลงประเดิมสนามนัดแรกกลุ่ม L ในวันพุธหน้า (17 มิถุนายน) โดยจะต้องพบกับคู่ปรับกระดูกชิ้นโตอย่าง ทีมชาติโครเอเชีย ณ เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส ซึ่งล่าสุด จู๊ด เบลลิงแฮม กองกลางตัวเก่งจาก เรอัล มาดริด ได้ออกมาเน้นย้ำถึงสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ทีมชาติอังกฤษประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์นี้ นั่นคือการทำให้ผู้เล่นทุกคนในทีม “รู้สึกได้รับความรัก” จากทั้งทีมงานและแฟนบอล

jude bellingham 1 3

แผลใจจากยูโร 2024: เบลลิงแฮมเปิดใจเรื่อง “แพะรับบาป”

ย้อนกลับไปในศึกยูโร 2024 อังกฤษภายใต้การคุมทีมของอดีตกุนซืออย่าง แกเร็ธ เซาธ์เกต สามารถทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ก่อนจะพ่ายให้กับสเปนไปอย่างน่าเสียดาย ทว่าฟอร์มการเล่นของทีมกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเล่นได้ไม่น่าประทับใจ และเบลลิงแฮมเองก็ยอมรับว่าเขารู้สึกเหมือนตกเป็น “แพะรับบาป” ของความล้มเหลวในครั้งนั้น

ดาวเตะวัย 22 ปี ยอมรับว่าบรรยากาศและสปิริตในแคมป์ทีมชาติช่วงเวลานั้นค่อนข้างห่างเหินและไม่เชื่อมต่อกันเท่าที่ควร:

“ในศึกยูโรครั้งนั้น พวกเราทำบางอย่างผิดพลาดนอกสนาม ผมไม่รู้สึกว่าในกลุ่มผู้เล่นมีการเชื่อมต่อกันดีพอด้วยเหตุผลหลายประการ ส่วนหนึ่งมาจากความคาดหวังที่สูงลิ่ว เพราะเราเคยทำผลงานได้ดีในฟุตบอลโลกปี 2018 และปี 2022 ที่กาตาร์ พอมาถึงยูโรทุกคนจึงมองว่าพวกเราเป็น 1 ใน 2 หรือ 3 ทีมเต็งที่ต้องคว้าแชมป์ให้ได้”

“ตอนนั้นเราเล่นกันได้ไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นแม้ว่าเราจะชนะในแต่ละนัด แต่ความรู้สึกในทีมกลับไม่ได้มีความสุขหรือสนุกสนานอย่างที่มันควรจะเป็นเลย” เบลลิงแฮม กล่าวผ่านรายการ Lions’ Den ของทีมชาติอังกฤษ

jude bellingham 2 2

กุญแจสำคัญสู่แชมป์โลก: “ทุกคนต้องรู้สึกได้รับความรัก”

อย่างไรก็ตาม เบลลิงแฮมระบุว่าบรรยากาศในแคมป์ทีมชาติภายใต้การนำทัพของกุนซือคนใหม่อย่าง โธมัส ทูเคิ่ล ในศึกฟุตบอลโลกหนนี้มีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเขามองว่าก้าวสำคัญในการคว้าแชมป์โลกคือการสร้างสปิริตทีมที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

  • ความพร้อมของทุกคน: “จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เรารู้ว่า คนที่ลงไปยิงประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก อาจจะไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ที่คุณยอมวางเดิมพันบ้านทั้งหลังด้วยซ้ำ ดังนั้นทุกคนต้องพร้อมเสมอ”
  • สร้างความรู้สึกอบอุ่น: “ผู้เล่นทุกคนในทีมต้องรู้สึกว่าตัวเองได้รับความรักและได้รับการเห็นคุณค่า และรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนสำคัญอย่างมากของทีม”
  • สนุกไปกับเกม: “และที่สำคัญที่สุดคือการลงสนามไปสนุกกับมัน ปล่อยวางความกดดันที่ไม่จำเป็นออกไป”

มอร์แกน โรเจอร์ส ประสานเสียง: “พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน”

ทางด้าน มอร์แกน โรเจอร์ส ตัวรุกฟอร์มแรงจาก แอสตัน วิลล่า ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่แข่งโดยตรงในการแย่งชิงตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกเบอร์ 10 กับเบลลิงแฮม ได้ออกมากล่าวสนับสนุนถึงความเหนียวแน่นและความสามัคคีของแคมป์ทีมชาติอังกฤษชุดปัจจุบันเช่นกัน

“พวกเรามีความคิดและเป้าหมายที่ตรงกันอย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็นเรื่องที่ง่ายและไร้รอยต่อมากสำหรับใครก็ตามที่จะก้าวเข้ามาผสมผสานในกลุ่มนี้ ไม่ว่าคุณจะมาจากไหน เล่นให้สโมสรใด หรืออายุเท่าไหร่ สิ่งเหล่านั้นไม่มีความหมายเลยในทีมชุดนี้ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ได้มาอยู่ที่นี่” โรเจอร์ส กล่าวเสริม

morgan rogers 5

สรุปข้อมูลเปรียบเทียบแคมป์ทีมชาติอังกฤษ: ยูโร 2024 ปะทะ ฟุตบอลโลก 2026

เพื่อให้เห็นภาพรวมของความเปลี่ยนแปลงที่เป็นปัจจัยสำคัญในการล่าแชมป์โลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1966 นี่คือตารางเปรียบเทียบสถานการณ์ในแคมป์:

หัวข้อเปรียบเทียบยุค ยูโร 2024 (เยอรมนี)ยุค ฟุตบอลโลก 2026 (อเมริกาเหนือ)
หัวหน้าผู้ฝึกสอนแกเร็ธ เซาธ์เกต (Gareth Southgate)โธมัส ทูเคิ่ล (Thomas Tuchel)
ความสัมพันธ์ในทีมค่อนข้างห่างเหิน และไม่เชื่อมต่อกันเท่าที่ควรสนิทสนมกลมเกลียว มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันสูง
ความกดดันของทีมตึงเครียดสูง เล่นชนะแต่ไร้ความสุขมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างผ่อนคลายและสนุกไปกับเกม
ตำแหน่งเบอร์ 10จู๊ด เบลลิงแฮม เป็นตัวเลือกหลักแต่แบกความหวังสูงมีการแข่งขันและสนับสนุนกันระหว่าง เบลลิงแฮม และ โรเจอร์ส
เป้าหมายสูงสุดรองแชมป์ยูโร 2024 (แพ้ สเปน 1-2)ลุ้นคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสร

การเดินทางครั้งใหม่ของพลพรรคสิงโตคำรามกำลังจะเริ่มต้นขึ้นด้วยสปิริตทีมที่ยอดเยี่ยมและเต็มไปด้วยความสามัคคี ต้องมารอลุ้นกันว่าพลังแห่งความสามัคคีนี้จะสามารถพาทีมชาติอังกฤษก้าวข้ามขีดจำกัดและคว้าถ้วยแชมป์โลกกลับสู่มาตุภูมิได้สำเร็จหรือไม่ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้!